💥*สหรัฐขู่ยกระดับคว่ำบาตรอิหร่าน เตือนรุนแรงเทียบเท่า "ทิ้งระเบิด" โจมตีเศรษฐกิจ

นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า หากสหรัฐและอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพ หรือขยายเวลาหยุดยิงที่จะสิ้นสุดลงในสัปดาห์หน้า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะปรับยุทธศาสตร์จากการทำสงครามกับอิหร่านไปสู่การกดดันทางเศรษฐกิจเพื่อให้อิหร่านยอมจำนน แทนการพึ่งพาปฏิบัติการทางทหารเพียงอย่างเดียว

นายเบสเซนต์กล่าวว่า สหรัฐมีแผนที่จะเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยสหรัฐจะใช้มาตรการทางการเงินที่เทียบเท่ากับ "การทิ้งระเบิด" โจมตีอิหร่าน

'กระทรวงการคลังสหรัฐกำลังเดินหน้าอย่างแข็งกร้าวภายใต้ปฏิบัติการ "Economic Fury" โดยมุ่งเป้าไปยังชนชั้นนำของรัฐบาลอิหร่าน เช่น ตระกูลชัมคานี ซึ่งพยายามแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชนชาวอิหร่าน' นายเบสเซนต์กล่าวในแถลงการณ์

ทั้งนี้ สหรัฐจะใช้ "มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบทุติยภูมิ" (secondary economic sanctions) ต่ออิหร่าน โดยสหรัฐจะทำการคว่ำบาตรต่อทุกประเทศที่ทำธุรกิจกับบุคคล บริษัท หรือเรือที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐใช้ต่ออิหร่าน

นายเบสเซนต์กล่าวว่า 'เราได้บอกบริษัทต่าง ๆ และประเทศต่าง ๆ แล้วว่า หากคุณซื้อน้ำมันจากอิหร่าน หรือมีเงินของอิหร่านอยู่ในธนาคารของคุณ เราพร้อมจะใช้มาตรการคว่ำบาตรแบบทุติยภูมิ ซึ่งเป็นมาตรการที่เข้มงวดมาก และอิหร่านควรเข้าใจว่านี่จะเป็นมาตรการทางการเงินที่เทียบเท่ากับปฏิบัติการทางทหาร'

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐส่งจดหมายถึงสถาบันการเงินในฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน รวมทั้งจีน โดยขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรแบบทุติยภูมิ หากประเทศดังกล่าวยังคงทำธุรกรรมกับอิหร่าน

แหล่งข่าวระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนกดดันทางเศรษฐกิจที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสามารถใช้เพื่อบีบให้อิหร่านยอมรับข้อเสนอของสหรัฐในการจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ