สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักลงทุนกลุ่มหนึ่งได้เทขายสัญญาน้ำมันในตลาดซื้อขายล่วงหน้าวงเงินราว 760 ล้านดอลลาร์ หรือราว 24,000 ล้านบาท เพื่อหวังทำกำไรจากคาดการณ์ที่ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลง เพียงราว 20 นาทีก่อนที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน จะประกาศในวันนี้ (17 เม.ย.) ว่า อิหร่านได้ประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
การขายสัญญาน้ำมันดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์การเดิมพันครั้งใหญ่ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ทั้งนี้ ข้อมูลของ London Stock Exchange Group (LSEG) ระบุว่า ในวันนี้ เวลา 19.24-19.25 น.ตามเวลาไทย นักลงทุนกลุ่มหนึ่งได้เทขายสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์รวม 7,990 สัญญา คิดเป็นเงิน 760 ล้านดอลลาร์
ต่อมา เวลา 19.45 น.ตามเวลาไทย นายอารักชีโพสต์ข้อความบน X ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอย่างเต็มรูปแบบสำหรับการเดินเรือเชิงพาณิชย์ในช่วงการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน
'เพื่อให้สอดคล้องกับการหยุดยิงในเลบานอน การเดินเรือพาณิชย์ทั้งหมดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้ถูกประกาศเปิดอย่างสมบูรณ์ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการหยุดยิง' นายอารักชีระบุ
การประกาศดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลงถึง 11% ภายในเวลาไม่กี่นาทีถัดมา
นอกจากนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอีก 2 กรณีที่เกิดขึ้น โดยเมื่อวันที่ 7 เม.ย. นักลงทุนกลุ่มหนึ่งเทขายสัญญาน้ำมันวงเงิน 950 ล้านดอลลาร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สหรัฐและอิหร่านจะประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์
และเมื่อวันที่ 23 มี.ค. นักลงทุนกลุ่มหนึ่งเทขายสัญญาน้ำมันวงเงิน 500 ล้านดอลลาร์ เพียง 15 นาทีก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จะประกาศเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันทรุดตัวลงถึง 15%
แหล่งข่าวระบุว่า คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าตลาดสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐ กำลังสอบสวนเหตุการณ์การซื้อขายสัญญาน้ำมันในวันที่ 23 มี.ค. และ 7 เม.ย. ซึ่งเกิดขึ้นไม่นานก่อนการเปลี่ยนแปลงนโยบายสำคัญของปธน.ทรัมป์ที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่าน
นอกจากนี้ การซื้อขายขนาดใหญ่และจังหวะที่แม่นยำในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ได้สร้างความกังวลต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับสงครามและการทูต อาจทำให้นักลงทุนบางรายได้เปรียบในตลาดตราสารอนุพันธ์ที่มีความผันผวนและไม่โปร่งใส