ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันศุกร์ (17 เม.ย.) หลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซได้กลับมาเปิดใช้งานแล้วตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการหยุดยิง
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,667.63 จุด เพิ่มขึ้น 77.64 จุด หรือ +0.73% และบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาเชื่อว่าข้อตกลงเพื่อยุติสงครามอิหร่านจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
ราคาน้ำมันดิ่งลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลหลังจากการประกาศดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหุ้นและพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้น
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง โดยหุ้น Wizz Air, Carnival และ easyJet ปรับขึ้นมากกว่า 7% และ 6% ตามลำดับ
หุ้น Fresnillo เพิ่มขึ้น 6.4% ขณะที่ IAG ซึ่งเป็นเจ้าของ British Airways เพิ่มขึ้น 6.2%
หุ้นกลุ่มพลังงานขนาดใหญ่ อาทิ BP ร่วง 7.4% และ Shell ร่วงลง 5.6%
หุ้นเหมืองโลหะมีค่าปรับตัวขึ้น 5% ตามทิศทางราคาทองคำที่พุ่งขึ้น
ฮิว พิล หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ระบุว่า เป้าหมายหลักของธนาคารกลางควรเป็นการผลักดันเงินเฟ้อให้กลับสู่ระดับ 2%
หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้น 2.3% โดยหุ้น Barclays เพิ่มขึ้น 3.5%, หุ้น Standard Chartered เพิ่มขึ้น 2.9% และหุ้น HSBC เพิ่มขึ้น 2%
รายงานของไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุว่า ราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีคลัง ได้ให้คำมั่นว่าจะตัดความเชื่อมโยงระหว่างราคาก๊าซและไฟฟ้า ส่งผลให้หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลง
หุ้น National Grid ลดลง 1%, หุ้น Severn Trent ลดลง 0.6% ขณะที่หุ้น SSE และ Centrica ร่วงลง 6.6% และ 5% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มกลาโหม อาทิ BAE Systems เพิ่มขึ้น 1.8% และหุ้น Rolls-Royce เพิ่มขึ้น 4.8%
หุ้น Workspace Group ผู้ให้บริการพื้นที่สำนักงาน ร่วงลง 6.2% หลังบริษัทระบุว่า จะเผชิญกับการลดลงของกำไรประจำปีอย่างมีนัยสำคัญ