World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวผันผวนในช่วงเช้าวันนี้ (20 เม.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ยึดเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านในอ่าวโอมาน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เรือ USS Spruance ซึ่งเป็นเรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ยิงเรือบรรทุกสินค้าติดธงอิหร่านลำหนึ่งในอ่าวโอมาน จนทำให้เรือได้รับความเสียหายและใช้การไม่ได้ ก่อนที่หน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐฯ จะขึ้นไปบนเรือและเข้ายึดเรือลำดังกล่าว

ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันอาทิตย์ (19 เม.ย.) ว่า เรือ USS Spruance ได้เข้าสกัดกั้นเรือ Touska ของอิหร่าน และได้ส่งคำเตือนตามขั้นตอนอย่างเหมาะสมเพื่อให้เรือหยุดเรือแล้ว แต่ลูกเรืออิหร่านปฏิเสธที่จะฟังคำเตือนนั้น

"ลูกเรืออิหร่านปฏิเสธที่จะฟัง ดังนั้นเรือกองทัพเรือของเราจึงหยุดพวกเขาไว้กับที่ด้วยการระเบิดห้องเครื่อง ขณะนี้ หน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมเรือลำดังกล่าวไว้แล้ว" ปธน.ทรัมป์ระบุ และระบุเสริมว่า เรือ Touska ของอิหร่านอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เนื่องจากมีประวัติการทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมายมาก่อน


-- ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และสัญญาซื้อขายหุ้นล่วงหน้าปรับตัวลงในวันนี้ (20 เม.ย.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามอิหร่าน รวมถึงรายงานที่ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกปิดกั้นอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนต้องรับมือกับสัญญาณที่ขัดแย้งกันในตลาดการเงิน

ในการซื้อขายช่วงเช้านี้ที่ตลาดเอเชีย สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) พุ่งขึ้นราว 7% แตะระดับ 96.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ดัชนี S&P500 ฟิวเจอร์ร่วงลงราว 0.9%


-- สำนักข่าว IRNA ของอิหร่านรายงานว่า ทางการอิหร่านได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบที่สองกับสหรัฐฯ

IRNA โพสต์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษบนแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า การที่อิหร่านไม่เข้าร่วมการเจรจารอบที่สองนี้ "มีสาเหตุมาจากข้อเรียกร้องที่มากเกินไปของสหรัฐฯ, ความคาดหวังที่ไม่สมจริง, การเปลี่ยนจุดยืนอยู่ตลอด, การแสดงท่าทีที่ขัดแย้งครั้งแล้วครั้งเล่า และการปิดล้อมทางทะเลที่ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งอิหร่านถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง"

นอกจากนี้ IRNA ระบุว่า รายงานข่าวที่เผยแพร่เกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพรอบที่สองระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานนั้น "ไม่เป็นความจริง"


-- ญี่ปุ่นและออสเตรเลียแถลงว่า ทั้งสองประเทศได้ลงนามในสัญญาเพื่อส่งมอบเรือฟริเกต 3 ลำแรกจากทั้งหมด 11 ลำให้กับกองทัพเรือออสเตรเลีย โดยใช้แบบเรือฟริเกตชั้นโมกามิ (Mogami-class) ที่ได้รับการปรับปรุง ซึ่งถือเป็นการยกระดับความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างทั้งสองประเทศ

ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นจากการหารือระหว่าง ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น และ ริชาร์ด มาร์ลส์ รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย ที่เมืองเมลเบิร์น โดยมีขึ้นก่อนที่ญี่ปุ่นจะผ่อนคลายกฎระเบียบการส่งออกยุทโธปกรณ์ ซึ่งในปัจจุบันยังจำกัดการส่งออกอาวุธที่มีความสามารถทำลายล้าง


-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า อาจไม่ขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้ภายในวันพุธที่ 22 เม.ย.นี้ ซึ่งทำให้ความเสี่ยงของการกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารยังคงกดดันตลาดพลังงานโลกที่กำลังเผชิญความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า ระยะเวลาสำหรับการแก้ไขปัญหาทางการทูตกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวซึ่งจะหมดอายุในวันพุธที่ 22 เม.ย. เขาระบุว่า อาจไม่ขยายเวลา และมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเริ่มปฏิบัติการทิ้งระเบิดอีกครั้ง

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงแนวทางเกี่ยวกับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน โดยระบุว่า สหรัฐฯ มีความจำเป็นต้องเข้าควบคุมยูเรเนียมดังกล่าว และจะดำเนินการร่วมกับอิหร่านเพื่อนำยูเรเนียมกลับมายังสหรัฐฯ หากไม่สามารถดำเนินการในลักษณะนี้ได้ ก็อาจต้องใช้มาตรการอื่นที่มีความเข้มงวดมากขึ้น


-- เกิดเหตุกราดยิงประชาชนบนท้องถนนในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอีก 14 ราย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (18 เม.ย.) โดยอีฮอร์ คลีเมนโก รัฐมนตรีมหาดไทยยูเครน ระบุว่า เหตุเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวัน โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ประชาชนในเขตโฮโลซิอีฟสกี ทางตอนใต้ของกรุงเคียฟ ก่อนหลบเข้าไปจับตัวประกันภายในซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้จุดเกิดเหตุ

คลีเมนโกกล่าวเพิ่มเติมว่า คนร้ายถูกวิสามัญในระหว่างปฏิบัติการเข้าจับกุม

ด้านสำนักงานอัยการสูงสุดของยูเครนเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายวัย 58 ปี ขณะที่หน่วยความมั่นคงยูเครน (SSU) ระบุว่า ได้จัดให้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการก่อการร้าย ทั้งนี้ SSU ระบุในแถลงการณ์ว่า เหตุกราดยิงและการจับตัวประกันครั้งนี้ถูกพิจารณาเป็นการก่อการร้าย และอยู่ระหว่างการสอบสวนหามูลเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุ


-- รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยไกลตกนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของญี่ปุ่นในวันอาทิตย์ (19 เม.ย.) หลังเพิ่งทดสอบขีปนาวุธพิสัยใกล้หลายครั้งในช่วงต้นเดือน

ทางการญี่ปุ่นระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายภายในประเทศจากการยิงดังกล่าว

อย่างไรก็ดี รัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นประท้วงอย่างรุนแรงต่อเกาหลีเหนือ โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค รวมถึงประชาคมระหว่างประเทศ