สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 เม.ย. 69)
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.44 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็ก
น้อยจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.49 บาท/ดอลลาร์
ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 32.43 - 32.51 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากตลาดรอดูปัจจัยใหม่ รวมทั้งยัง
ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รอบ 2
ส่วนการรายงานตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนมี.ค.69 ซึ่งแม้ในเดือนนี้ จะทำมูลค่าส่งออกได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะ
ระดับ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ก็ตาม แต่มีผลจำกัดต่อทิศทางของค่าเงินบาท
ขณะที่ตลอดทั้งสัปดาห์หน้า ตลาดติดตามผลการประชุมธนาคารกลางหลักของโลก ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางสหรัฐ (FED),
ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) รวมถึงคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
ของไทย ซึ่งตลาดคาดว่า ธนาคารกลางส่วนใหญ่จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิม
นักบริหารเงิน คาดว่า ต้นสัปดาห์หน้า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30 - 32.60 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.74 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 159.77 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1680 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1680 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดที่ 1,456.10 จุด ลดลง 5.25 จุด (-0.36%) มูลค่าซื้อขาย 48,768.41 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,301.90 ล้านบาท
- กระทรวงพาณิชย์ รายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนมี.ค.69 การส่งออก มีมูลค่า 35,157 ล้าน
ดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขยายตัว 18.7% โดยเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ส่วนมูลค่าการนำเข้า อยู่ที่ 38,496 ล้าน
ดอลลาร์ ขยายตัว 35.7% ขาดดุลการค้า 3,339 ล้านดอลลาร์ ปัจจัยหนุนที่ทำให้ส่งออกเติบโตสูง มาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่เติบโต
ตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแรงส่งในช่วงที่มาตรการทางภาษีของ
สหรัฐฯ ผ่อนคลายลงระยะสั้น
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ภาย
ใต้ "ไทยช่วยไทยพลัส" ว่า จะเริ่มให้ลงทะเบียนภายในเดือนพ.ค.นี้ ผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" โดยตั้งใจจะเริ่มดำเนินการในเดือนมิ.ย. ซึ่ง
ในส่วนของการใช้จ่ายเงินนั้น รัฐจะจ่ายให้ 60% และประชาชน จ่ายเอง 40%
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า เขาไม่รีบร้อนยุติสงครามกับอิหร่าน ที่ยืดเยื้อมาหลายสัปดาห์
ขณะที่การเจรจายังคงหยุดชะงัก และคาดว่าพลเมืองสหรัฐฯ อาจต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้นอีกสักระยะหนึ่ง
- คาเซม จาลาลี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำรัสเซีย เปิดเผยว่า อิหร่านพร้อมที่จะกลับเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ อีก
ครั้ง เพื่อทำข้อตกลงสันติภาพ แต่ทั้งนี้ อิหร่านไม่มั่นใจว่าสหรัฐฯ มีความจริงใจที่จะเจรจาหรือไม่
- ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) เปิดเผยว่า ธนาคารกลาง มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเล็กน้อย
อย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อันเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันโลก
- ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ดัชนีการผลิตเดือนเม.ย., ตัวเลขการจ้างงาน
ของภาคเอกชนรายสัปดาห์, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย., ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประชุมนโยบายการเงิน และประกาศ
อัตราดอกเบี้ย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2569 และ ดัชนีราคา
การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมี.ค.