
ทางการออสเตรเลียเตรียมดันมาตรการเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยล่าสุดวันนี้ (28 เม.ย.) ได้เปิดเผยร่างกฎหมายที่ตั้งเป้าจะเสนอเข้าสู่รัฐสภาภายในวันที่ 2 ก.ค. ด้วยจุดประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจทางการเงิน บีบให้บริษัทโซเชียลมีเดียยอมทำข้อตกลงจ่ายค่าคอนเทนต์ให้กับองค์กรสื่อต่าง ๆ
แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ผลงานของนักข่าวควรได้รับการตีมูลค่าเป็นตัวเงินที่เหมาะสม โดยกล่าวกับนักข่าวว่า “บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ไม่ควรหยิบเอาคอนเทนต์ไปใช้สร้างกำไรให้ตัวเอง โดยไม่มีการชดเชยที่เหมาะสมให้กับคนทำเนื้อหาสร้างสรรค์เหล่านั้น” และเสริมว่า “เรามองว่าการลงทุนในอุตสาหกรรมข่าวเป็นเรื่องสำคัญมากต่อความแข็งแกร่งของระบอบประชาธิปไตย”
ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นความพยายามทางกฎหมายครั้งที่สองของออสเตรเลีย ในการบังคับให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ จ่ายเงินค่าเนื้อหาข่าวและรูปภาพที่ปรากฏบนหน้าจอของผู้ใช้งาน
ย้อนกลับไปในปี 2564 ออสเตรเลียเคยผลักดันประมวลกฎหมายการเจรจาสื่อข่าว เพื่อกดดันให้แพลตฟอร์มดิจิทัลยอมทำข้อตกลงกับสำนักข่าว ซึ่งในตอนนั้นบรรดาบิ๊กเทคเลือกที่จะทำสัญญาทางธุรกิจโดยตรง เพื่อเลี่ยงการถูกบังคับเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการที่ต้องให้คนกลางเป็นผู้กำหนดราคา ทว่าในระยะหลัง แพลตฟอร์มเหล่านี้กลับเริ่มหลีกเลี่ยงการต่อสัญญา โดยใช้วิธีถอดเนื้อหาข่าวออกจากบริการของตนเองแทน
สำหรับร่างกฎหมายใหม่ที่เรียกว่าแรงจูงใจในการเจรจาข่าว (News Bargaining Incentive) นี้ ระบุว่าหากแพลตฟอร์มรายใหญ่รายใดไม่ยอมทำข้อตกลงทางการค้ากับสำนักข่าว จะต้องถูกเก็บภาษี 2.25% จากรายได้ที่ทำได้ในออสเตรเลีย
ด้านเมตา (Meta) ได้ออกมาคัดค้านร่างกฎหมายนี้อย่างเต็มที่ โดยระบุว่าสำนักข่าวต่าง ๆ “สมัครใจโพสต์คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มของเราเอง” เพราะได้รับประโยชน์จากยอดทราฟฟิก และเสริมว่า “แนวคิดที่ว่าเราไปขโมยคอนเทนต์ข่าวของพวกเขานั้นผิดถนัด ร่างกฎหมายนี้จะบังคับใช้กับแพลตฟอร์มโดยไม่สนใจว่าจะมีข่าวปรากฏอยู่หรือไม่ ซึ่งมันก็คือภาษีบริการดิจิทัลดี ๆ นี่เอง”
นอกจากนี้ เมตายังเสริมว่า “การที่รัฐบาลสั่งโอนย้ายความมั่งคั่งจากอุตสาหกรรมหนึ่งไปยังอีกอุตสาหกรรมหนึ่ง โดยไม่มีความเชื่อมโยงกับมูลค่าที่แลกเปลี่ยนกันจริง จะไม่ช่วยให้วงการสื่อเกิดความยั่งยืนหรือมีนวัตกรรม แต่จะกลายเป็นการสร้างอุตสาหกรรมข่าวที่ต้องคอยพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาล”
ขณะเดียวกัน กูเกิลเองก็แสดงท่าทีปฏิเสธความจำเป็นในการเรียกเก็บภาษีครั้งนี้ โดยระบุผ่านแถลงการณ์ว่า “มาตรการนี้มองข้ามความจริงที่ว่ากูเกิลได้มีข้อตกลงทางการค้ากับอุตสาหกรรมสื่ออยู่แล้ว ทั้งยังไม่เข้าใจพฤติกรรมตลาดโฆษณาที่เปลี่ยนไป และเป็นการบังคับเก็บเงินจากบางบริษัทแบบเจาะจง แต่กลับยกเว้นให้กับแพลตฟอร์มอย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft) สแนปแชต (Snapchat) และโอเพนเอไอ (OpenAI) โดยไม่มีเกณฑ์แน่ชัด”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 เม.ย. 69)





