ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.43 อ่อนค่าจากช่วงเช้า ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ คืนนี้

          นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.43 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย
จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.40/42 บาท/ดอลลาร์ 
          โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.28 - 32.43 บาท/ดอลลาร์ เป็นการเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าสุดของ
วัน แต่เงินบาทยังเคลื่อนไหวไปตามทิศทางสอดคล้องกับสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค เนื่องจากตลาดยังมีแรงกดดันจากภาวะราคาน้ำมันใน
ตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง
          สำหรับคืนนี้ ฝั่งสหรัฐฯ มีการรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เดือนเม.ย. และ
ปลายสัปดาห์ รอดูการพบปะกันของ 2 ผู้นำ ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน 
ในโอกาสการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ - จีน ณ กรุงปักกิ่ง
          นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.25 - 32.50 บาท/ดอลลาร์ 

          * ปัจจัยสำคัญ
          - เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.56 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 157.50 เยน/ดอลลาร์
          - เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1748 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1760 ดอลลาร์/ยูโร
          - ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,483.56 จุด ลดลง 5.73 จุด (-0.38%) มูลค่าการซื้อขาย 55,549.72 ล้านบาท
          - สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,733.52 ล้านบาท
          - นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า แม้ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน แต่ไม่ได้ทำให้
การเดินหน้าโครงการต่างๆที่รัฐบาลวางไว้สะดุดลง เพราะพระราชกำหนดมีผลบังคับใช้ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
          - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผย ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือน เม.ย. 69 อยู่ที่ 
50.6 ปรับตัวลดลงจาก 51.8 ใน มี.ค. โดยอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือนนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 เนื่องจากผู้บริโภคมีความ
กังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน และราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของ
เศรษฐกิจไทย และค่าครองชีพของประชาชน
          - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผยแพร่รายงานสรุปความคิดเห็น (Summary of Opinions) ของคณะกรรมการในการ
ประชุมประจำเดือนเม.ย. ในวันนี้ (12 พ.ค.) โดยระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายบางรายของ BOJ สนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใน
เร็ว ๆ นี้ โดยกรรมการรายหนึ่งได้ส่งสัญญาณถึงโอกาสที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงจุดยืนที่สนับสนุน
การคุมเข้มนโยบายการเงินที่เพิ่มขึ้นในหมู่คณะกรรมการ เนื่องจากวิกฤตราคาน้ำมันจากสงครามอิหร่านได้เพิ่มแรงกดดันให้ต้องเร่งคุม
เข้มนโยบายในระยะใกล้ 
          - ธนาคารโลกเปิดเผยรายงาน Pacific Economic Update ในวันนี้ (12 พ.ค.) คาดว่า เศรษฐกิจของ 11 ประเทศ
หมู่เกาะแปซิฟิกจะชะลอตัวลงต่อเนื่องในปี 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยที่เพิ่มสูงขึ้นจากความขัด
แย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่เริ่มอ่อนแรงลง
          - รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ซึ่งรวมถึง
การปรับขึ้นราคาน้ำมันและควบคุมการนำเข้าสินค้าที่ไม่จำเป็น เช่น ทองคำและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสงคราม
ในอิหร่าน
          - ผลสำรวจจากบาร์เคลย์ส (Barclays) เปิดเผยในวันนี้ (12 พ.ค.) ระบุว่า ผู้บริโภคสหราชอาณาจักร (UK) ปรับลด
การใช้จ่ายลงเมื่อเดือนที่แล้ว หลังตื่นตระหนกผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่พ.ย. 
2567 โดยหันไปซื้อสินค้าจำเป็นแทนสินค้าเพื่อความบันเทิง