สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ (S&P Global Ratings) ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า อินเดียจะสามารถรับมือกับแรงกดดันทางการเงินทั่วโลกได้ดี พร้อมระบุว่ากระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับเม็ดเงินทุนต่างชาติไหลออกนั้น ถือเป็นความกังวลที่มากเกินไป
ยี่ฟาน ฟัว ผู้อำนวยการฝ่ายจัดอันดับความน่าเชื่อถือภาครัฐและต่างประเทศประจำภูมิภาคเอเชียของ S&P กล่าวว่า อินเดียมีกันชนที่เพียงพอในการรองรับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน พร้อมกับแสดงความเห็นว่า กระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับการไหลออกสุทธิของเม็ดเงินลงทุนจากธุรกิจต่างชาตินั้นเป็นความกังวลที่ค่อนข้างมากเกินไป เนื่องจากเม็ดเงินส่วนใหญ่เหล่านี้สะท้อนถึงการนำผลกำไรกลับสู่ประเทศ ขณะที่ยอดเงินลงทุนไหลเข้าขั้นต้น (gross inflows) ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
นอกจากนี้ เขากล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือเมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว เศรษฐกิจอินเดียยังคงแข็งแกร่ง และยังมีโอกาสในการลงทุนอีกมาก
การประเมินดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า S&P ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคของอินเดีย หลังจากที่ S&P ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของอินเดียสู่ระดับ BBB จากเดิมที่ BBB- เมื่อเดือนส.ค.ปีที่แล้ว และให้แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือมีเสถียรภาพ
การแสดงความเห็นของ S&P มีขึ้นในช่วงเวลาที่อินเดียเผชิญภาวะช็อกด้านน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามในอิหร่าน และเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลออกจากตลาดหุ้นอินเดียสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้ฉุดสกุลเงินรูปีร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดระดับใหม่
ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่มีต่อเศรษฐกิจ รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการปรับขึ้นราคาน้ำมันและควบคุมการนำเข้าสินค้าที่ไม่จำเป็น เช่น ทองคำและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังอินเดียได้หารือกับธนาคารกลางอินเดีย (RBI) เกี่ยวกับมาตรการหลายอย่างที่อาจนำมาใช้เพื่อจำกัดความเสียหายจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน โดยหนึ่งในข้อเสนอที่มีการหารือกันคือการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับมาตรการฉุกเฉินเหล่านี้