TMAN ดันรายได้ Q1/69 โต-ตรึงกำไรฝ่าวิกฤตต้นทุน เร่งล็อกราคาวัตถุดิบ เดินหน้าขับเคลื่อน 6 กลยุทธ์เชิงรุก

นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล [TMAN] เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน

ไตรมาส 1/69 สามารถสร้างการเติบโตในทิศทางที่ดี โดยทำรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ 629.8 ล้านบาท เติบโต 6.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และรักษาระดับการทำกำไรสุทธิ 114.6 ล้านบาท ใกล้เคียงจากปีก่อน (YoY) ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งจากการเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพและเวชภัณฑ์ของไทยได้อย่างมั่นคง

ปัจจัยหนุนเติบโตจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ภายใต้ 5 แบรนด์หลัก ได้แก่ โพรโพลิซ ซีรีส์ (Propoliz Series), ไวต้า-ซี ซีรีส์ (Vita-C Series), ไมด้า-บี ซีรีส์ (Myda-B Series), ไอยรา ซีรีส์ (Iyara Series) และโพลาร์ ซีรีส์ (Polar Series) รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ทั้งยา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด จึงได้รับการตอบรับที่ดี สะท้อนถึงความเข้าใจเชิงลึกในเทรนด์สุขภาพและพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ได้วางกลยุทธ์การขยายช่องทางจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งช่วยสร้างการเติบโตครอบคลุมทุกมิติ ทั้งช่องทางจัดจำหน่ายร้านขายยา โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน จากความต้องการกลุ่มยารักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับช่องทางโมเดิร์นเทรดที่ขยายตัวได้ดี ส่วนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามเติบโตจากการรับจ้างผลิตจากแบรนด์บุคคลภายนอก (OEM) ที่ขยายตัว ตอกย้ำถึงมาตรฐานการผลิตระดับสากลที่ได้รับการยอมรับจากคู่ค้า ธุรกิจจัดจำหน่ายจากแบรนด์บุคคลภายนอก (DBU) สร้างรายได้เติบโตโดดเด่นจากรับรู้รายได้ของบริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด และธุรกิจต่างประเทศยังคงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง จากการขยายแบรนด์โพรโพลิซ ซีรีส์ (Propoliz Series)

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นในงวด 3 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 46.6% และอัตรากำไรสุทธิที่ 18.1% ซึ่งเป็นอัตราส่วนทางการเงินที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทภายหลังจากการปรับพอร์ตรายได้จากการขายและการให้บริการเพื่อการกระจายความเสี่ยงของรายได้ของกลุ่มบริษัท ให้สามารถส่งมอบผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ขณะที่แผนธุรกิจ 9 เดือนหลังของปี 2569 มุ่งเน้นภายใต้ 2 แกนหลักผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักเดิม และการแสวงหาโอกาสเติบโตใหม่ๆ พร้อมทั้งขับเคลื่อน 6 กลยุทธ์เชิงรุก ได้แก่ 1. เร่งการเติบโตของตลาดร้านขายยา(OTC) โดยในไตรมาส 2 จะนำผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินซี ไวต้า-ซี ซีรีส์ (Vita-C Series) ขยายช่องทางร้านขายยาเจาะกลุ่มแม่และเด็ก และนำโพรโพลิซ ซีรีส์ (Propoliz Series) เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว 2. ยกระดับการผู้รับจ้างผลิตสินค้าและผู้รับจ้างออกแบบผลิตสินค้า (OEM/ODM) มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ นำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันใหม่ๆ 3. ขยายตลาดต่างประเทศ ทั้งการเสริมช่องทางจัดจำหน่ายในตลาดเดิม และสร้างโมเมนตัมในตลาดใหม่ ผ่านการสร้างการรับรู้แบรนด์และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ

4. เจาะลึกตลาดโรงพยาบาล ขยายพอร์ตสินค้าที่มีความต้องการสูง พร้อมปรับโครงสร้างทีมขายให้เชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่ม เพื่อตอบโจทย์บุคลากรทางการแพทย์ในแต่ละสาขา 5. ยกระดับช่องทางอี-คอมเมิร์ซ สร้างการมีตัวตนบนทุกแพลตฟอร์มชั้นนำเพื่อสร้าง Engagement และ Community ออนไลน์ ควบคู่กับการเปิดตัวสินค้าออนไลน์เอ็กซ์คลูซีฟ และ 6. เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจจัดจำหน่าย (Distributor Business Unit) ปรับโครงสร้างพอร์ตสินค้า พร้อมยกระดับระบบสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่สูงขึ้น โดยบริษัทฯ ดำเนินการเชิงรุกทั้งการสั่งซื้อวัตถุดิบและล็อกต้นทุนวัตถุดิบล่วงหน้า ตลอดจนควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ขณะที่ภาพรวมของอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในไตรมาส 2/2569 ยังได้แรงสนับสนุนการเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย หนุนอุปสงค์สินค้ากลุ่มยารักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น รวมทั้งการหมดอายุสิทธิบัตรของยาต้นแบบ ส่งผลให้บริษัทฯ มีโอกาสออกสินค้ากลุ่มยาสามัญได้มากขึ้น และยาสามัญที่ผลิตในประเทศยังมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ ที่เริ่มส่งเสริมให้โรงพยาบาลรัฐเพิ่มการจ่ายยาที่ผลิตภายในประเทศมากขึ้น จึงมั่นใจว่าด้วยการวางแผนและกลยุทธ์ปี 2569 อย่างเข้มข้น จะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต 10-15% จากปีก่อนได้ตามเป้าหมาย