กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 69 และจะสิ้นสุดกลางเดือนต.ค. 69 ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธ.ค.
สำหรับภาพรวมฤดูฝนปีนี้ คาดว่าปริมาณฝนรวมของประเทศจะน้อยกว่าปี 68 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณ 10% โดยช่วงกลางเดือนพ.ค.ถึงกลางเดือนมิ.ย.ฝนจะเริ่มเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่องมากขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนแนวโน้มพายุหมุนเขตร้อนปีนี้ คาดว่าอาจมีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยหรือส่งผลกระทบประมาณ 1-2 ลูก โดยมีแนวโน้มเกิดขึ้นในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. และอาจส่งผลกระทบต่อบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก
น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กรมอุตุฯ ได้ประเมินว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนประมาณสัปดาห์หน้า วันที่ 18-22 พ.ค. 69 แต่ข้อมูลสภาพอากาศล่าสุดพบว่า การเปลี่ยนแปลงของลมฟ้าอากาศ เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 69 ประเทศไทยเริ่มมีฝนมากขึ้น และมีฝนตกต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ขณะเดียวกัน ลมบรรยากาศระดับล่าง ที่ระดับความสูงที่ 1.5 กิโลเมตร ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นลมประจำฤดูฝน ทำหน้าที่พัดพาความชื้นจากทะเลอันดามันเข้ามาปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ลมชั้นบนตั้งแต่ระดับ 10 กิโลเมตรขึ้นไป ได้เปลี่ยนเป็นลมฝ่ายตะวันออก ปกคลุมประเทศไทย จากองค์ประกอบของสภาพอากาศดังกล่าว ได้แสดงถึงฤดูฝนในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ลักษณะอากาศในช่วงเปลี่ยนฤดู อาจมีการแปรปรวน บางพื้นที่อาจมีอากาศร้อน พายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้สักระยะหนึ่ง จนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างสมบูรณ์แบบ
- ช่วงกลางเดือนพ.ค.-กลางมิ.ย. ฝนจะเพิ่มมากขึ้นและตกต่อเนื่องขึ้น โดยอาจจะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ที่อาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง ส่วนช่วงปลายเดือนมิ.ย.-ก.ค. ปริมาณและการกระจายของฝนลดลง เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำในบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งอาจส่งผลต่อภาคเกษตร ดังนั้น เกษตรกรต้องติดตามข้อมูลการพยากรณ์อากาศ และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน และควรใช้น้ำอย่างประหยัด และสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง
- ช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. แม้จะมีการคาดหมายว่าฝนจะน้อยกว่าปกติ แต่ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น โดยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และตกหนักมากในบางแห่ง ซึ่งจะทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่ นอกจากนี้ ในช่วงส.ค.-ก.ย. อาจมีพายหมุนเขตร้อนเคลื่อนที่ผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 1-2 ลูก
- ช่วงเดือนต.ค. ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ฝนเริ่มลดลง และเริ่มมีอากาศเย็นในตอนเช้า ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกต่อไป และมีฝนตกหนักและหนักมากในบางแห่ง ทั้งนี้ คาดว่าฤดูฝนของประเทศไทยตอนบน จะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนต.ค. ขณะที่ภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงประมาณเดือนธ.ค.
ปัจจุบันยังอยู่ในสภาวะเป็นกลาง (ENSO Neutral) แต่มีแนวโน้มเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติ และอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย
แม้ว่าภาพรวมปริมาณฝนทั้งปีจะมีแนวโน้มน้อยกว่าปกติ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักเป็นระยะจากอิทธิพลของมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และกระทบต่อพื้นที่การเกษตรในหลายพื้นที่
สำหรับดัชนีความแห้งแล้ง พบว่า ในช่วงต้นฤดูฝน ระหว่างเดือนพ.ค.-มิ.ย. ภาพรวมยังไม่พบสัญญาณภัยแล้งรุนแรง มีเพียงบางพื้นที่ของภาคตะวันออกที่อาจเริ่มมีสัญญาณฝนต่ำกว่าค่าปกติเล็กน้อย ในขณะที่ช่วงเดือนก.ค. หลายพื้นที่โดยเฉพาะตอนบนของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีแนวโน้มความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น และมีฝนมากขึ้น แต่หลังจากนั้น ตั้งแต่ช่วงปลายฤดูฝน โดยเฉพาะเดือนต.ค. จะเริ่มพบสัญญาณความแห้งแล้งกระจายตัวกว้างขึ้น โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และบางส่วนของภาคใต้
กรมอุตุนิยมวิทยาได้เปิด "ศูนย์ติดตามฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน" เพื่อติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หลังจากในช่วงวันที่ 14-18 พ.ค. 69 ประเทศไทยมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอล ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น
ขณะเดียวกัน ทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว
กรมอุตุนิยมวิทยาจะติดตามสถานการณ์และออกประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงฤดูฝนปีนี้