SENA แจงกำไร Q1/69 ทรุด 31% เซ่นพิษดอกเบี้ยสูง-กู้ไม่ผ่าน ส่ง LivNex เร่งแก้เกม-ตุน Backlog แน่น 9 พันลบ.

บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ [SENA] รายงานผลประกอบการในไตรมาส 1/69 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 1,282 ล้านบาท ลดลง 66 ล้านบาท หรือลดลง 5% จาก 1,348.0 ล้านบาท ในปีก่อน ขณะที่บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 101 ล้านบาท ลดลง 45 ล้านบาท หรือลดลง 31% จาก 146 ล้านบาท ในปีก่อน

รายได้หลักยังคงมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จำนวน 790 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 62% ของรายได้รวม อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายได้จากการให้บริการ และรายได้จากการขายรถยนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น

บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับงวดจำนวน 101 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 45 ล้านบาท หรือลดลง 31% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ รายได้อื่น และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมค้า รวมถึงการลดลงของกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทางการเงินที่สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Swap) ที่บริษัทได้จัดทำไว้เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยได้สิ้นสุดระยะเวลาลงแล้ว

แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงินให้ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนได้ก็ตาม แต่ช่วงไตรมาส 1/69 ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความสามารถในการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงระดับล่าง ขณะที่ผู้ประกอบการยังคงเผชิญการแข่งขันด้านราคาและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศ และความผันผวนของตลาดการเงินระหว่างประเทศ ยังคงส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ รวมถึงต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยและใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น

นางสาวอธิกา บุญรอดชู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดสรรเงินและการลงทุน SENA กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 ของบริษัทยังคงสะท้อนความสามารถในการรักษาระดับการดำเนินธุรกิจและการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และระบบสินเชื่อที่ยังเข้มงวด

โดยบริษัทมียอดขายรวม 5,127 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 3,921 ล้านบาท และยอดขายจาก LivNex จำนวน 1,205 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมทุกประเภทธุรกิจอยู่ที่ 1,282 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 406 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 33% และมีกำไรสุทธิ 101 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8% ของรายได้รวม และมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ที่ 1.21 เท่า แสดงให้เห็นถึงสภาพคล่องทางการเงินที่ดี

ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังมีดีมานด์ แต่ผู้บริโภคจำนวนมากเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น ส่งผลให้ LivNex หรือโซลูชันเช่าออมบ้าน เติบโตสะสมต่อเนื่อง สะท้อนว่ากลยุทธ์ของ SENA ในการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ Pain Point ของตลาด เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยปัจจุบัน LivNex มีจำนวนห้องภายใต้โครงการ 946 ห้อง มูลค่ารวม 1,898 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในปี 2569"

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) จำนวน 9,102 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 69 จำนวน 8,629 ล้านบาท จากโครงการที่กำลังจะก่อสร้างแล้วเสร็จ 7 โครงการ ได้แก่ โครงการ เสนาคิทท์ สำโรง อินเตอร์เชนจ์, โครงการ โคซี่ เอ็มอาร์ที เพชรเกษม 48 เฟส 1, โครงการ นิช ไพรด์ เอกมัย, โครงการ โคซี่ บีทีเอส สะพานใหม่, โครงการ โคซี่ รามอินทรา – คู้บอน, โครงการ เสนาคิทท์ เทพารักษ์ 2 เฟส1 และ โครงการ เฟล็กซี่ ริเวอร์วิว – เจริญนคร โดยจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ส่วนที่เหลือจะรอรับรู้รายได้ในปี 70 อีกประมาณ 473 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีสินค้าคงเหลือเพื่อขายมูลค่าประมาณ 41,843 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นสินค้าสร้างเสร็จพร้อมขายและสามารถโอนรับรู้รายได้ทันทีประมาณ 11,442 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการบริหารรายได้และกระแสเงินสดของบริษัทในระยะต่อไป

SENA เดินหน้าสู่ New S-Curve ผ่านการพัฒนา Green Lifestyle Platform ที่เชื่อม "บ้าน พลังงาน การเดินทาง และการเงิน" เข้าไว้ใน Ecosystem เดียวกัน โดยมี SENA Green Auto เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว ควบคู่กับการช่วยให้ผู้บริโภคสามารถบริหารต้นทุนการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าถึงการใช้ชีวิตแบบยั่งยืนได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวไม่เพียงสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ยังสอดรับกับทิศทางนโยบายภาครัฐ ทั้งการส่งเสริมพลังงานสะอาด การติดตั้ง Solar Rooftop และการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของการใช้ชีวิตในอนาคต

ปัจจุบัน SENA มีประสบการณ์ด้านการติดตั้ง Solar มากกว่า 15 ปี ผ่าน SENA Solar Energy และดำเนินธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าผ่าน SENA Green Auto มากว่า 2 ปี สะท้อนถึงการวางรากฐานธุรกิจและการมองเห็นโอกาสล่วงหน้า โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นธุรกิจหลักและเป็นพอร์ตสำคัญขององค์กร แต่ในอนาคต "บ้าน" จะไม่ได้ตอบโจทย์เพียงเรื่องการอยู่อาศัยอีกต่อไป หากต้องสามารถเชื่อมต่อเรื่องพลังงาน การเดินทาง และต้นทุนการใช้ชีวิตเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ "Lifelong Trusted Partner" ที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต