นายสุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ บมจ.เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล [MMM] เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าขยายอาณาจักรการบริหารงานขายโครงการ (BU2) เป็นตัวแทนขายและรับประกันการขายแต่เพียงผู้เดียวและให้บริการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ลงนามสัญญาพันธมิตรกับ บริษัท เพาเวอร์ เอส เรียลเอสเตท จำกัด เพื่อเข้าบริหารงานขายโครงการทาวน์โฮมทำเลศักยภาพในจังหวัดชลบุรี จำนวน 12 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 36 ล้านบาท
การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพอร์ตสินค้าคุณภาพให้กับ MMM แต่ยังเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานขายระดับต้นๆ ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่พร้อมสร้างโอกาสการลงทุนและการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
"ชลบุรี ถือเป็นทำเลทอง ซึ่งเป็นจุดสำคัญระหว่าง ‘แหล่งงาน’ และ ‘การคมนาคม’ ท่ามกลาง Industrial Ecosystem ชั้นนำของประเทศ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่มีการลงทุนขนาดใหญ่จากทั้งภาครัฐและเอกชน จึงมองว่าโครงการทาวน์โฮมในชลบุรีตอบโจทย์ของกลุ่มกำลังซื้อจริง (Real Demand) เพราะเป็นโซนไข่แดงของ EEC ล้อมรอบไปด้วยนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำ ทั้งอมตะซิตี้ ชลบุรี, แหลมฉบัง และเครือสหพัฒน์ จึงทำให้สามารถดึงดูดกำลังซื้อจากกลุ่มคนทำงานที่ต้องการที่อยู่อาศัย"
ด้วยจุดแข็งของ MMM ที่มีการบริหารจัดการทรัพย์สินหลากหลายรูปแบบในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้เข้าถึงพฤติกรรมลูกค้าและสามารถนำเสนอสินค้าแต่ละกลุ่มได้ ‘แม่นยำ’ และ ‘ตรงจุด’ บนสภาวะที่ตลาด มีการแข่งขันสูง ทั้งนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่าด้วยศักยภาพของความเป็นมืออาชีพของทีมขายจะสามารถปิดการขายได้รวดเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด โดยวางเป้าปิดการขายทั้งโครงการ (Sold Out) และพร้อมรับรู้รายได้เข้ามาทันทีภายในไตรมาส 2/69 นี้ ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารงานขายโครงการ (BU2) เป็นตัวแทนขายและรับประกันการขายแต่เพียงผู้เดียว และให้บริการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid) เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และตอกย้ำความเป็นมืออาชีพที่วัดผลได้จริง
นายสุริยา ยังกล่าวว่า ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากหนี้ครัวเรือนและมาตรการสถาบันการเงินที่คุมเข้มในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ (Strict Lending) ประกอบกับตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทางบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจากแผนกลยุทธ์การดำเนินงานของ MMM ที่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยหันมามุ่งเน้นการทำตลาดและบริหารการขายในกลุ่มพรีเมียมที่มี Real Demand จากกลุ่ม ผู้มีรายได้สูง เนื่องจากเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สถาบันการเงินสามารถประเมินและปล่อยสินเชื่อได้ง่าย ดังนั้นการขยายพอร์ตกลุ่มลูกค้านอกจากจะช่วยเพิ่มคุณภาพของยอดขายแล้ว ยังช่วยรักษาโมเมนตั้มการเติบโตของยอดขายให้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามมองว่า กลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาอัตราการเติบโตได้ตามเป้าหมายบนสภาวะที่ตลาดอสังหาฯ มีความผันผวน