สิงคโปร์แนะเลี่ยงใช้ OpenClaw เหตุระบบยังไม่ปลอดภัย เสี่ยงทำข้อมูลรั่ว

สำนักงานพัฒนาการสื่อสารและสารสนเทศของรัฐบาลสิงคโปร์ (IMDA) ออกคำแนะนำในวันนี้ (14 พ.ค.) เตือนผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการให้สิทธิ์เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ OpenClaw เข้าถึงไฟล์และแอปพลิเคชันแบบไม่จำกัด รวมถึงไม่ควรติดตั้งบนอุปกรณ์ส่วนบุคคลที่มีข้อมูลอ่อนไหว

IMDA แนะให้ทบทวนการใช้งาน OpenClaw ในระบบที่มีความสำคัญอย่างรอบคอบ เช่น ระบบการผลิตหลักและระบบการเงิน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจทำให้ระบบขัดข้อง ธุรกรรมหยุดชะงัก หรือข้อมูลสำคัญรั่วไหล

ทั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่หน่วยงานสิงคโปร์ออกแนวทางเกี่ยวกับเครื่องมือนี้ ท่ามกลางกระแสที่หลายประเทศและองค์กรธุรกิจทั่วโลกเริ่มจำกัดหรือสั่งห้ามการใช้งาน AI ลักษณะดังกล่าว โดย OpenClaw ซึ่งพัฒนาโดยปีเตอร์ สไตน์แบร์เกอร์ นักพัฒนาชาวออสเตรีย และเปิดตัวเมื่อเดือนพ.ย. 2568 เป็นเครื่องมือผู้ช่วยส่วนบุคคลที่สามารถเชื่อมต่อโมเดล AI หลายค่าย เช่น ChatGPT, Gemini และ Claude เข้ากับระบบอีเมลและแชต เพื่อจัดการเวิร์กโฟลว์แบบหลายขั้นตอนโดยอัตโนมัติ

IMDA ระบุว่า OpenClaw สามารถช่วยทำงานทั่วไปได้ เช่น รวบรวมข้อมูลจากหลายเว็บไซต์ เขียนรายงานหรืออีเมล และจัดตารางนัดหมาย รวมถึงนำไปใช้ในงานธุรกิจ เช่น ตอบคำถามลูกค้า ดึงข้อมูลจัดทำรายงาน และช่วยนักพัฒนาแก้บั๊กโค้ด อย่างไรก็ตาม การใช้งาน OpenClaw อย่างปลอดภัยจำเป็นต้องตั้งค่าระบบอย่างรัดกุม เนื่องจากเครื่องมือยังมีข้อจำกัดด้านระบบความปลอดภัย ผู้ใช้งานต้องกำหนดมาตรการป้องกันเพิ่มเติมเอง

นอกจากนี้ IMDA เสริมว่า ความเสี่ยงสำคัญของเครื่องมือนี้ประกอบด้วย การทดสอบที่ยังไม่ครอบคลุม ช่องโหว่ด้านการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง และความเสี่ยงต่อการเปิดเผยข้อมูล โดยค่าเริ่มต้นระบบสามารถเข้าถึงไฟล์ในเครื่องได้ทั้งหมดตามสิทธิ์ของผู้ใช้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ