คิวบาปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลหน้าปั๊มเกือบเท่าตัวในวันศุกร์ (15 พ.ค.) ท่ามกลางภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างหนัก แม้ว่าสถานีบริการน้ำมันส่วนใหญ่ในกรุงฮาวานาที่ยังเปิดให้ประชาชนทั่วไป จะยังคงปิดให้บริการก็ตาม
กระทรวงการคลังและราคาแห่งคิวบาระบุเมื่อต้นสัปดาห์ว่า การปรับโครงสร้างราคาครั้งใหม่มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในการนำเข้าน้ำมันเบนซินและดีเซล
ป้ายประกาศในปั๊มน้ำมันบางแห่งในกรุงฮาวานาแสดงราคาน้ำมันเบนซินพรีเมียมที่ 2.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อลิตร เพิ่มขึ้นจาก 1.30 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่น้ำมันเบนซินธรรมดาปรับขึ้นเป็น 1.80 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 0.95 ดอลลาร์สหรัฐ และราคาดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 2.00 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่ได้ระบุว่าเชื้อเพลิงในราคาใหม่จะเริ่มจำหน่ายเมื่อใด ขณะที่ประชาชนจำนวนมากในคิวบาแทบไม่มีน้ำมันใช้มาตลอดช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา
คนขับแท็กซี่รายหนึ่งในกรุงฮาวานาระบุว่า ขณะนี้ประชาชนยังไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะสามารถซื้อน้ำมันได้จากที่ใด
คิวบาไม่ได้รับการส่งมอบน้ำมันเพิ่มเติมเลย นับตั้งแต่เรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย Anatoly Kolodkin ขนน้ำมันประมาณ 700,000 บาร์เรลมายังคิวบาในช่วงปลายเดือนมี.ค. 2569 ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานราว 2 สัปดาห์สำหรับประเทศที่มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า น้ำมันดังกล่าวหมดลงตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.
รัฐบาลคิวบายังระบุด้วยว่า ราคาน้ำมันในอนาคตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามแหล่งจัดหา ต้นทุนการขนส่ง เส้นทางเดินเรือ ค่าเบี้ยประกัน ความเสี่ยง และความผันผวนของตลาดโลก
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันในตลาดมืดพุ่งขึ้นสู่ระดับ 8-10 ดอลลาร์สหรัฐต่อลิตร ซึ่งสูงเกินกว่าที่ประชาชนส่วนใหญ่จะเข้าถึงได้ และสูงกว่าราคาตลาดโลกหลายเท่า
แม้ธุรกิจเอกชนบางแห่งในคิวบาจะเริ่มนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ผ่านเรือคอนเทนเนอร์ แต่เชื้อเพลิงดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดจำหน่ายให้ประชาชนทั่วไป
ด้านองค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า มาตรการปิดล้อมด้านน้ำมันของสหรัฐฯ ต่อคิวบาเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวคิวบา