ราคาทองฟิวเจอร์ร่วงลงใกล้หลุดระดับ 4,500 ดอลลาร์ในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
นอกจากนี้ ราคาทองได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ณ เวลา 21.40 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลบ 27.80 ดอลลาร์ หรือ 0.61% สู่ระดับ 4,507.50 ดอลลาร์/ออนซ์
ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าจะลดความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ส่วนการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
นักลงทุนคาดว่า ระดับเงินเฟ้อที่ยังคงพุ่งสูงจะทำให้เฟดยังไม่เร่งผ่อนคลายนโยบายการเงิน จนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนว่า เงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด
FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค.
ราคาทองดิ่งลงมากกว่า 14% นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที 28 ก.พ.
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 107 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ทะลุ 101 ดอลลาร์ หลังมีรายงานว่า โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกคำสั่งว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน จะต้องไม่ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐในการทำข้อตกลงสันติภาพ
แหล่งข่าวกล่าวว่า "คำสั่งของผู้นำสูงสุด และฉันทามติภายในฝ่ายปกครอง คือคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะจะต้องไม่ออกนอกประเทศ"
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเชื่อว่า การส่งวัสดุดังกล่าวออกไปต่างประเทศ จะทำให้อิหร่านมีความเปราะบางต่อการโจมตีในอนาคตจากสหรัฐและอิสราเอล
พวกเขายังกล่าวด้วยว่า ภายในอิหร่านมีความกังวลว่า การหยุดยิงในขณะนี้อาจเป็นกลลวงทางยุทธวิธีของสหรัฐ เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย ก่อนกลับมาโจมตีอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวกล่าวว่า ยังมีแนวทางที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหาเรื่องยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน เช่น การลดความเข้มข้นของยูเรเนียมภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
ทั้งนี้ ตามการประเมินของ IAEA พบว่า อิหร่านมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับ 60% มากกว่า 440 กิโลกรัม โดยมีรายงานว่า ยูเรเนียมดังกล่าวถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านที่ถูกสหรัฐและอิสราเอลโจมตีระหว่างสงคราม 12 วันในเดือนมิ.ย.2568
คำสั่งของคาเมเนอีดังกล่าวอาจสร้างความไม่พอใจต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อยุติสงครามกับสหรัฐ
ทางด้านเจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ปธน.ทรัมป์ได้รับรองกับอิสราเอลว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ จะต้องถูกนำออกจากอิหร่าน และข้อตกลงสันติภาพใด ๆ จะต้องมีเงื่อนไขในเรื่องนี้รวมอยู่ด้วย
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า เขาจะยังไม่ถือว่าสงครามสิ้นสุดลง จนกว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะจะถูกนำออกจากอิหร่าน รวมทั้งอิหร่านจะต้องยุติการสนับสนุนกองกำลังที่เป็นพันธมิตรในภูมิภาค และจะต้องมีการกำจัดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน