ผลสำรวจของภาคเอกชนที่เผยแพร่ในวันนี้ (3 มิ.ย.) บ่งชี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของจีน หรือ RatingDog China Services PMI ซึ่งรวบรวมโดย S&P Global ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 54.4 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 52.6 ในเดือนเม.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 52.3
ดัชนีที่อยู่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่า ภาคบริการของจีนยังคงขยายตัว แม้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ดัชนี PMI ภาคบริการปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.1 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 49.4 ในเดือนเม.ย.
ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลจีนให้คำมั่นว่าจะปรับสมดุลการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเปลี่ยนจากการพึ่งพาการส่งออกไปสู่การบริโภค โดยเฉพาะในภาคบริการ เช่น การท่องเที่ยวและธุรกิจบันเทิง ซึ่งเป็นภาคส่วนที่จีนตั้งเป้าหมายที่จะกระตุ้นอุปสงค์ให้ปรับตัวสูงขึ้น
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งแข็งแกร่งกว่าไตรมาส 4/2568 ที่ขยายตัว 4.5%
ทั้งนี้ GDP ไตรมาสแรกของจีนขยายตัวได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 4.8% เนื่องจากการส่งออกที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ช่วยชดเชยอุปสงค์ภายในประเทศที่ซบเซาลง นอกจากนี้ GDP ของจีนยังคงทำผลงานได้ดี แม้วิกฤตด้านพลังงานอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านจะบดบังแนวโน้มการเติบโตและส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ทั่วโลกก็ตาม
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 ลงมาอยู่ในช่วง 4.5% - 5% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1990 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทางการจีนยอมรับโดยนัยว่าเศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุปสงค์และความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ ที่ยังคงยืดเยื้อ