สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ อยู่ที่ระดับ 54.5 สูงขึ้นจากระดับ 53.6 ในเดือนเม.ย. และดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 53.7
ดัชนีปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคบริการสหรัฐฯ ขณะที่ดัชนีราคาต้นทุนของภาคธุรกิจพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 เนื่องจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ต้องแบกรับแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากวิกฤตราคาพลังงานจากชนวนเหตุความขัดแย้ง
ทั้งนี้ ภาคบริการถือเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักที่คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดในสหรัฐฯ และเป็นหัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ในส่วนของดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ของบริษัทในภาคบริการ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 57.3 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 53.5 ในเดือนเม.ย. ในขณะที่ยอดสั่งซื้อค้างส่งและยอดการส่งออกชะลอตัวลง
ด้านดัชนีราคาที่บริษัทภาคบริการต้องจ่ายสำหรับปัจจัยการผลิต ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 70.7 มาอยู่ที่ระดับ 71.3 ซึ่งสะท้อนให้เห็นผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากสงครามอิหร่าน