ประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ผู้นำเลบานอน แสดงความหวังว่า การเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่ในกรุงวอชิงตันระหว่างคณะผู้แทนของเลบานอน สหรัฐ และอิสราเอล จะนำไปสู่ผลลัพธ์ในเชิงบวก ซึ่งจะช่วยให้เกิดการหยุดยิงอย่างยั่งยืน และยุติภาวะความเป็นปรปักษ์ระหว่างเลบานอนและอิสราเอล
ทั้งนี้ ในการประชุมที่ทำเนียบประธานาธิบดีร่วมกับนายฌ็อง-อีฟ เลอ ดรีย็อง ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนายแอร์เว มาฆโร เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำเลบานอน ปธน.อูนกล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวควรนำไปสู่การถอนกำลังทหารของอิสราเอลออกจากดินแดนเลบานอนที่ถูกยึดครองทางตอนใต้, การส่งกองกำลังเลบานอนไปประจำการตามแนวพรมแดนที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และท้ายที่สุดนำไปสู่การยุติภาวะความเป็นปรปักษ์ระหว่างเลบานอนและอิสราเอล
คำกล่าวของปธน.อูนมีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังจากอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในการเจรจาที่กรุงวอชิงตันที่มีสหรัฐเป็นคนกลาง โดยข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวมีเงื่อนไขว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะต้องยุติการโจมตีทั้งหมด และถอนกองกำลังออกจากพื้นที่ทางใต้ของแม่น้ำลิตานี
นอกจากนี้ ปธน.อูนขอให้นายเลอ ดรีย็อง ส่งต่อความขอบคุณไปยังประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส สำหรับการสนับสนุนที่ฝรั่งเศสมอบให้แก่เลบานอน พร้อมย้ำถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์อันยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ
ด้านนายเลอ ดรีย็อง กล่าวว่า การเดินทางเยือนกรุงเบรุตของเขามีจุดประสงค์เพื่อแสดงการสนับสนุน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อเลบานอน