🚀*ดาวโจนส์พุ่งกว่า 800 จุดทำนิวไฮ สวนทาง Nasdaq ร่วง นลท.โยกเงินหนีหุ้นเทคฯ

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ โดยดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 800 จุด แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สวนทางดัชนี Nasdaq ที่ปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนโยกเงินออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหันเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและค้าปลีก

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ได้รับแรงหนุนจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน ขณะที่ดัชนี Nasdaq ถูกกดดันจากแรงเทขายของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังการเปิดเผยผลประกอบการที่ซบเซาของบริษัทบรอดคอม

ณ เวลา 22.21 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์บวก 845.68 จุด หรือ 1.67% สู่ระดับ 51,532.75 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 บวก 0.21% และ Nasdaq ลบ 0.24%

หุ้นบริษัทบรอดคอมทรุดตัวลง 14% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่างหนัก โดยราคาหุ้นของอาร์ม โฮลดิ้งส์ และไมครอน เทคโนโลยีดิ่งลงกว่า 6% ขณะที่หุ้นมาร์เวล เทคโนโลยีร่วงลง 5%

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุดระดับ 95 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI หลุด 93 ดอลลาร์ หลังอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งจะปูทางไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ผ่านมติจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการทำสงคราม

อิสราเอลและเลบานอนประกาศวานนี้ว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะยุติการโจมตีภายหลังการเจรจาหลายครั้งในกรุงวอชิงตัน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างกัน

ทางด้านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ได้ผ่านมติวานนี้เพื่อขัดขวางไม่ให้ปธน.ทรัมป์ดำเนินการทำสงครามกับอิหร่านต่อไป

อย่างไรก็ดี มติดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา แต่หากปธน.ทรัมป์ใช้สิทธิ์วีโต้มติของสภาคองเกรส ทั้งสองสภาก็จะต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 เพื่อล้มล้างการใช้อำนาจวีโต้ของปธน.ทรัมป์

ปธน.ทรัมป์กล่าววานนี้ว่า อาจมีความคืบหน้าในการเจรจากับอิหร่านอย่างเร็วที่สุดภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การติดต่อระหว่างอิหร่านและสหรัฐยังไม่ถูกตัดขาด แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา พร้อมระบุว่าทั้งสองฝ่ายกำลังศึกษาร่างข้อเสนอของแต่ละฝ่าย

นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันพรุ่งนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน รวมทั้งทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 95,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.3%

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ภายในเดือนธ.ค.