💥*เม่าติดดอย! ราคาทองโลกดิ่ง 150 ดอลล์ จ่อหลุด $4,300 หมดยุคดอกเบี้ยขาลง

ราคาทองทรุดตัวลง 150 ดอลลาร์ ใกล้หลุดระดับ 4,300 ดอลลาร์ในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

นอกจากนี้ ราคาทองได้รับผลกระทบจากความหวังที่ริบหรี่ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ขณะที่อิสราเอลประกาศว่าจะไม่ถอนกำลังทหารออกจากดินแดนที่ยึดครองในเลบานอน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการทำข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน

ณ เวลา 23.18 น.ตามเวลาไทย ราคาทองสปอตดิ่งลง 150.55 ดอลลาร์ หรือ 3.36% สู่ระดับ 4,326.71 ดอลลาร์/ออนซ์


ส่วนสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ดิ่งลง 150.30 ดอลลาร์ หรือ 3.34% สู่ระดับ 4,355.40 ดอลลาร์/ออนซ์

ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าจะลดความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ส่วนการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นักลงทุนพากันเทน้ำหนักเกือบ 60% ต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานในวันนี้

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนัก 57.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 41.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ขณะที่ให้น้ำหนัก 0.7% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 85,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.3% สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนเม.ย.เป็นเพิ่มขึ้น 179,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 120,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. ขณะที่ภาครัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 52,000 ตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งแสดงสัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมด อยู่ที่ระดับ 61.8%