ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า เยนผันผวนแรง ตลาดจับตาญี่ปุ่นแทรกแซงตลาด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (23 ม.ค.) ขณะที่เงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังนักลงทุนประเมินความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยน

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.78% แตะที่ 97.593

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่น โดยอยู่ที่ 156.14 เยนในวันศุกร์ (23 ม.ค.) จาก 158.40 เยนในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังปรับตัวลงสู่ระดับ 0.7858 ฟรังก์สวิส จาก 0.7901 ฟรังก์สวิส และอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3718 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.3792 ดอลลาร์แคนาดา

เงินยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1789 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ จาก 1.1744 ดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.3605 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.3491 ดอลลาร์สหรัฐ

เงินเยนมีความผันผวนสูง โดยพุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน 2 ครั้ง ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าอาจมีการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณนำไปสู่การเข้าแทรกแซงค่าเงิน โดยเงินเยนพลิกจากอ่อนค่าเป็นแข็งค่าอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ดำเนินการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/เยน

ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียด ก่อนการเลือกตั้งก่อนกำหนดที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า

ดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันจากความวิตกของนักลงทุน หลังสินทรัพย์ของสหรัฐถูกเทขายอย่างรุนแรงในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งได้ปลุกกระแสการพูดถึงกลยุทธ์ Sell America ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเคยเกิดขึ้นจากการประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนเม.ย.ปีที่ผ่านมา

ตลาดยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในสัปดาห์หน้า โดยข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 97.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 27–28 ม.ค.

ขณะเดียวกัน นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ในช่วงเดือนมิ.ย.และต.ค. ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงสู่ระดับ 3.00-3.25% ในช่วงสิ้นปี 2569 จากปัจจุบันที่ระดับ 3.50-3.75%