สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ม.ค. 69)
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 31.09 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก
ช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.20/21 บาท/ดอลลาร์
โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.07-31.28 บาท/ดอลลาร์ การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในวันนี้ เป็นผลจาก
ทิศทางราคาทองคำตลาดโลกที่ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่วนกรณีที่ราชกิจจานุเบกษา ลงประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์การยกระดับตรวจสอบ
ธุรกรรมทองคำที่เชื่อมโยงกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้นั้น ค่อนข้างมีผลที่จำกัดต่อค่าเงิน
"วันนี้บาทแข็งค่าตามทิศทางทองโลกที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้ง flow ต่างชาติที่เข้าซื้อพันธบัตรไทยถึง 5,100 ล้านบาทใน
วันนี้ ส่วนประกาศคุมเรื่องการเทรดทองคำ ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้นั้น ถือว่ามีผลจำกัดกับค่าเงินบาท รวมถึงกรณีที่ สศค. ปรับลด GDP
ปี 68 ลงเหลือ 2.2% ก็มีผลจำกัดต่อค่าเงินบาทเช่นกัน" นักบริหารเงิน ระบุ
คืนนี้ ตลาดติดตามการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของฝั่งสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค รวมทั้งติดตามผลการ
ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ในสัปดาห์นี้
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00 - 31.25 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 154.53 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 154.28/30 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1870 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1880/1882 ดอลลาร์/ยูโร
- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,334.45 จุด เพิ่มขึ้น 27.38 จุด (+2.09%) มูลค่าซื้อขาย 54,241.97 ล้านบาท
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 4,494.63 ล้านบาท
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 68 ลงเหลือโต 2.2% จากเดิมคาดโต
2.4% เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/68 ที่ 1.2% ออกมาต่ำกว่าที่ สศค.ได้คาดไว้ ประกอบกับตัวเลขภาคการผลิตในเดือน
ต.ค. และ พ.ย.68 ชะลอตัว อันเนื่องจากปัจจัยพิเศษ คือ การปิดซ่อมโรงกลั่นชั่วคราว ส่งผลให้ภาพรวมศก.ไทยปี 68 เติบโตได้น้อย
กว่าที่คาดไว้เดิม แต่คาดว่าไตรมาส 4/68 เศรษฐกิจไทยอาจโตได้ราว 1.8% ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากมาตรการ
กระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งคนละครึ่งพลัส, เที่ยวดีมีคืน และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนปี 69 คาดเศรษฐกิจไทยโตได้
2.0%
- สศค. ชี้แนวโน้มเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เป็นผลจากปัจจัยของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง รวมถึงปัจจัยเชิงโครงสร้าง
จากการที่ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ตลอดจนการซื้อขายทองคำ โดยคาดว่าปีนี้ เงินบาทจะเฉลี่ยทั้งปีที่ 32 บาท/ดอลลาร์
- สศค. ยอมรับว่า ประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เฉลี่ยในปี 69 ที่ระดับ 0.3% ยังอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายนโยบายการ
เงินอยู่มาก ดังนั้น หลังจากนี้ ไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการหารือเพื่อประเมินผล และพิจารณาแนวทางร่วมกัน เพื่อบริหารจัดการให้
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย เข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1-3%
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ไตรมาส 4/68 (ต.ค.-ธ.ค.) อยู่ที่ระดับ 72 ดีขึ้นเล็กน้อยจากระดับ
66 ในไตรมาส 3/68 โดยสถานการณ์เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวแล้ว แต่ยังคงมีความเปราะบาง ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากฤดู
กาลท่องเที่ยว (High Season) และมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศทางแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล ว่า เขาได้ตัดสินใจปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถ
ยนต์ และสินค้าอื่น ๆ บางรายการจากเกาหลีใต้เป็น 25% จากเดิม 15% พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์สภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้ ว่ายังไม่ให้
การรับรองข้อตกลงการค้าทวิภาคี
- อินเดียและสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงการค้าเสรีครั้งประวัติศาสตร์ในวันนี้ ปิดฉากการเจรจาที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี
2550 โดยข้อตกลงดังกล่าวถูกขนานนามว่าเป็น "มารดาแห่งข้อตกลงทั้งปวง" เนื่องจากครอบคลุมสัดส่วนราว 25% ของ GDP ของโลก
และคิดเป็น 1 ใน 3 ของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมด
- ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จาก
Conference Board, ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย, ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และ
ดุลการค้าเดือนพ.ย. และ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์