World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (3 ก.พ.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ และอินเดียได้บรรลุข้อตกลงการค้าแล้ว และจะเริ่มปรับลดภาษีศุลกากรต่อสินค้าของกันและกันในทันที

ทรัมป์ระบุเสริมว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ได้ตกลงเพิ่มการสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น ตามข้อความที่ทรัมป์โพสต์บน Truth Social เมื่อวันจันทร์ หลังการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำทั้งสอง

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อินเดียจะยุติการซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย และหันไปซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ มากขึ้น รวมถึงอาจซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลาด้วย ทรัมป์ระบุเพิ่มเติม


-- กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันจันทร์ (2 ก.พ.) ว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยแร่ธาตุสำคัญร่วมกับประเทศที่มีแนวคิดสอดคล้องกันในสัปดาห์นี้

กระทรวงฯ ระบุว่า การประชุมครั้งแรกดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันพุธนี้ที่กรุงวอชิงตัน โดยมีมากกว่า 50 ประเทศเข้าร่วม และมีเป้าหมายเพื่อผลักดัน "ความร่วมมือร่วมกันในการเสริมความแข็งแกร่งและกระจายห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุสำคัญ" ซึ่งมีความจำเป็นต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้างและความมั่นคงแห่งชาติ

โครงการริเริ่มที่นำโดยสหรัฐฯ นี้เกิดขึ้นภายหลังการจัดตั้งแนวร่วมเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานและเทคโนโลยี โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และพันธมิตรอื่น ๆ


-- สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน จะพบกันในวันศุกร์นี้ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ

"ท่านประธานาธิบดีได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลง การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังว่าพวกเขามีข้อเสนอหรือมุมมองอย่างไร" เจ้าหน้าที่กล่าว

-- สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ออกแถลงการณ์ระบุว่า BLS จะไม่เผยแพร่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมกราคมตามกำหนดในวันศุกร์นี้ อันเนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์

"รายงานสถานการณ์การจ้างงานประจำเดือนมกราคม 2026 จะไม่ถูกเผยแพร่ตามกำหนดในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 โดยจะมีการกำหนดวันเผยแพร่ใหม่อีกครั้งเมื่อรัฐบาลได้รับการจัดสรรงบประมาณตามปกติ" เอมิลี ลิดเดลล์ รองกรรมาธิการของ BLS ระบุในแถลงการณ์


-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวานนี้ ประกาศว่า สหรัฐฯ และอินเดียได้บรรลุข้อตกลงทางการค้าแล้ว โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากอินเดียในอัตรา 18% ลดลงจากเดิมที่ระดับ 25% ขณะที่อินเดียจะเก็บภาษีในอัตรา 0% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังระบุว่า อินเดียได้ตกลงที่จะยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และหันไปซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ มากขึ้น และอาจรวมถึงน้ำมันจากเวเนซุเอลา ซึ่งจะช่วยยุติสงครามในยูเครน


-- การเดินทางของชาวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนประจำปี ซึ่งกินระยะเวลา 40 วัน และมักถูกเรียกว่าเป็น "การอพยพของมนุษย์ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกในแต่ละปี" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวานนี้ (2 ก.พ.) และจะสิ้นสุดในวันที่ 13 มี.ค.

ตรุษจีนปีนี้ ซึ่งเป็นการต้อนรับปีมะเมียตามนักษัตรจีน ตรงกับวันที่ 17 ก.พ. และจะมีวันหยุดราชการพิเศษถึง 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 15–23 ก.พ. ในประเทศจีน

รัฐบาลจีนคาดหวังว่า วันหยุดที่ยาวขึ้นในปีนี้ จากเดิมปีที่แล้วซึ่งหยุด 8 วัน จะช่วยกระตุ้นการบริโภค โดยทำให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้นในด้านการท่องเที่ยว การรับประทานอาหาร และกิจกรรมอื่น ๆ ในช่วงเทศกาล


-- ราคาหุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ปิดตลาดร่วงลง 2.89% เมื่อวานนี้ หลังมีรายงานว่า อินวิเดียประสบภาวะชะงักงันในการทุ่มเงินลงทุน 1 แสนล้านดอลลาร์ในบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI)

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างอินวิเดียและโอเพนเอไอ

ก่อนหน้านี้ อินวิเดียได้ประกาศข้อตกลงกับโอเพนเอไอเมื่อเดือนก.ย. 2568 เพื่อสร้างกำลังประมวลผลอย่างน้อย 10 กิกะวัตต์ สำหรับโอเพนเอไอ รวมถึงแผนการลงทุนเป็นเงินจำนวน 1 แสนล้านดอลลาร์


-- ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (3 ก.พ.) มีดังนี้:-

เกาหลีใต้เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.

ธนาคารกลางออสเตรเลียประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ย

ฝรั่งเศสเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.

สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนธ.ค.