(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าไซด์เวย์อัพได้แรงหนุนกลุ่มพลังงาน-กลุ่มเทครีบาวด์ แต่อาจสลับพักตัว

นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีเคลื่อนไหวในทิศทาง Sideway ถึง Sideway Up โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบโลก และกลุ่มเทคโนโลยีที่เริ่มรีบาวด์ อย่างไรก็ตามอาจมีจังหวะพักตัวสลับลงมา หลังดัชนีเข้าสู่ภาวะ Overbought โดยให้กรอบแนวรับ 1,455 จุด และแนวต้าน 1,475 จุด

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนเอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีเคลื่อนไหวทิศทาง Sideway ถึง Sideway Up หรือค่อย ๆ แกว่งขึ้นสลับพักตัว ลดความร้อนแรงลงจากก่อนหน้า เนื่องจากดัชนีขึ้นมาค่อนข้างมากจนเข้าสู่ภาวะ Overbought ระมัดระวังพักฐานระยะสั้น

อย่างไรก็ตามคาดว่ากลุ่มพลังงานจะขับเคลื่อนตลาดในวันนี้ ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการเจรจา

สันติภาพในต่างประเทศ ทั้งยุโรป และสหรัฐ-อิหร่าน ยังไม่มีความคืบหน้า ขณะเดียวกันกลุ่มเทคโนโลยีมีแรงซื้อกลับ หลังก่อนหน้านี้มีแรงขายออกมาหนักจากความกังวลประเด็น AI disruption

ส่วนปัจจัยในประเทศ ยังอยู่ในช่วงของการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งภาพรวมที่ประกาศออกมาแล้วค่อนข้างดีกว่าคาด ซึ่งจะช่วยจำกัดดาวน์ไซด์ของดัชนีและความเสี่ยงที่จะถูกปรับประมาณการปี 69 ลงได้

โดยให้กรอบแนวรับ 1,455 จุด และแนวต้าน 1,475 จุด


*ประเด็นพิจารณาการลงทุน


- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (18 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,662.66 จุด เพิ่มขึ้น 129.47 จุด หรือ +0.26%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,881.31 จุด เพิ่มขึ้น 38.09 จุด หรือ +0.56% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,753.63 จุด เพิ่มขึ้น 175.25 จุด หรือ +0.78%

- ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้า ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 57,472.08 จุด เพิ่มขึ้น 328.24 จุด หรือ +0.57%

ตลาดหุ้นจีนปิดทำการตลอดสัปดาห์นี้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการวันนี้และจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (20 ก.พ.)

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (18 ก.พ.) 1,466.67 จุด เพิ่มขึ้น 6.99 จุด (+0.48%) มูลค่าซื้อขาย 67,651.20 ล้านบาท

- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (18 ก.พ.) 2,029.52 ล้านบาท

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (18 ก.พ.) เพิ่มขึ้น 2.86 ดอลลาร์ หรือ 4.59% ปิดที่ 65.19 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (18 ก.พ.) อยู่ที่ 5.04 เหรียญ/บาร์เรล

- เงินบาทเปิด 31.25 แข็งค่าจากวานนี้ รับราคาทองฟื้น คาดกรอบวันนี้ 31.20-31.35

- กกต. ประกาศสถานที่การนับคะแนนใหม่ และออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ "คันนายาว-น่าน-อุดรฯ" รอลุ้นใบลงคะแนนจะมีบาร์โค้ดหรือไม่ ขณะเดียวกันมีการสาวลึกการเลือกตั้ง ในจังหวัดพะเยา กปน.รับจ้างกาบัตรใบละ 400 ให้พรรคฉาว

- รฟท.รายงานบอร์ด คืบหน้าแก้สัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน เร่งเคลียร์อัยการสูงสุดยืนยันปมริบหลักประกัน 1.6 แสนล้าน

บาท ขอใช้ถ้อยคำเดิมเฉพาะก่อสร้างไม่เสร็จ เตรียมชง ครม.มิ.ย.นี้ กางแผนออก NTP เริ่มก่อสร้าง ส.ค. 69

- "ส.อ.ท." ปลื้มดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ม.ค.69 ฟื้นตัว เชื่อจีดีพีไทยโต 3% ยังเป็นไปได้ ชงต่อมาตรการ BOI-แก้ฝุ่น PM 2.5 หนุนรัฐบาลใหม่เดินหน้า "คนละครึ่งพลัส"

- "กองทุน" ลั่น "เงินต่างชาติ" ทะลักเข้าหุ้นไทย 5 หมื่นล้าน หนุนดัชนีฯ พุ่ง 200 จุด จากระดับต่ำกว่า 1,250 จุด หลังปัจจัยการเมืองนิ่งและตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณฟื้น "บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์" ปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพิ่มสัดส่วนหุ้นไทยจาก

10% เป็นกว่า 50% "บลจ.อีสท์สปริง" แค่ 1 เดือนดัชนีดีดตัวเกือบ 20% "บลจ.ดาโอ" แนะระวังมองการขึ้นครั้งนี้จาก
กระแสเงินทุนมากกว่าพื้นฐานแข็งแกร่ง

*หุ้นเด่นวันนี้

- TOP (ทรีนีตี้) "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 57 บาท ภาพรวมค่าการกลั่นยังอยู่ในขาขึ้นต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี โดยแรงหนุน

หลักมาจากการปิดกำลังการกลั่นในสหรัฐฯ/ยุโรปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังการผลิจใหม่ที่เกิดขึ้นน้อยกว่า อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อุปสงค์ Middle distillate (Jet/Kero/Gasoil) ปริมาณเที่ยวบินทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น สูงกว่าสมัย COVID-19 ช่วยผลักดันให้ GRM อยู่ในระดับแข็งแกร่งต่อไป

- TURBO (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 2.14 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TURBO สำหรับ Non-banking ขนาดกลางที่มี

อัตราการเติบโตในระดับสูง ปี 2026 ที่ 25% เมื่อเทียบกับ major player ทจี่ มีการเติบโตในระดับ low double digit ขณะที่
ระดับ valuation ส่วนของ PBV ของ TURBO ในปี 2026 ยังอยู่ในระดับต่าที่ 0.8 เท่า เมื่อเทียบกับผู้เล่นขนาดใหญ่ที่ซื้อ
ขายอยู่ที่ระดับ 1-1.3 เท่า เราประเมินการเติบโตของ TURBO จะเขาสู่การเร่งตัวในปี 2026 เป็นต้นไปโดยบริษัทตั้งเป้า
การกลับมาเติบโตของ loan portfolio ตั้งแต่ 4Q25 และมอง target loan growth in 2026 ที่ 15-25% จาก การขยายตัวของสาขาที่ 120 สาขา/ปี

- AP (พาย) "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท คาดใน 4Q25 ผลประกอบการเติบโต QoQ ต่อเนื่อง หนุนจากกำหนดการ

เปิดโครงการใหม่ (รวม JV) ที่สูง 2.4 หมื่นล้านบาท รวม 22 โครงการ (คิดเป็นแนวราบ 87% และคอนโด JV 13%) คาด
โครงการใหม่หนุนยอดโอนปลายปีได้บางส่วน