ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำสัปดาห์: มีมูลค่าการซื้อขายรวม 432,304 ลบ.

          สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ประจำสัปดาห์ (16 - 20 กุมภาพันธ์ 2569) 
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ มีมูลค่ารวม 432,304 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 86,461 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 13% 
ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 56% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 240,328 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้
ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาล
ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 138,620 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) 
มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 25,389 ล้านบาท หรือคิดเป็น 32% และ 6% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

          สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB294A (อายุ 3.2 ปี) LBA506A (อายุ 24.3 ปี) และ LB456A (อายุ 19.3 ปี) 
โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 20,113 ล้านบาท 15,761 ล้านบาท และ 12,660 ล้านบาท ตามลำดับ
          
          ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รุ่น PTTGC269A (AA-(tha)) 
มูลค่าการซื้อขาย 2,024 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) รุ่น SCB275A (AA+(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 1,552 ล้านบาท และหุ้นกู้ของ
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รุ่น TBEV288A (AA) มูลค่าการซื้อขาย 1,149 ล้านบาท

          อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1-3 bps. ด้านปัจจัยในประเทศ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) 
รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย (GDP) ประจำไตรมาส 4/68 ขยายตัว 2.5% (YoY) สูงกว่าที่คาดไว้ว่าจะขยายตัว 1% จากการลงทุนของรัฐและเอกชนเพิ่มขึ้น 
ส่งผลให้ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยโดยรวมขยายตัวได้ 2.4% มากกว่าเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 2.0% นอกจากนี้ ประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ในปี 2569  ขยายตัว 1.5-2.5% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 1.2 - 2.2% ด้านปัจจัยต่างประเทศ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI)  
ประจำเดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4% (YoY) ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 2.5% ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังคงประมาณการอัตราการเติบโต
ทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2569 ไว้ที่ 4.5% ตามเดิม แม้ว่าจีนจะมีความเสี่ยงจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว 

          สัปดาห์ที่ผ่านมา (16 - 20 กุมภาพันธ์ 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 8,485 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) 
(อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 9,189 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 2,074 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 1,371 ล้านบาท

          หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้
          ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย                                สัปดาห์นี้          สัปดาห์ก่อนหน้า       เปลี่ยนแปลง              สะสมตั้งแต่ต้นปี
                                                  (16 - 20 ก.พ. 69)     (9 - 13 ก.พ. 69)             (%)    (1 ม.ค. - 20 ก.พ. 69)

มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ - Outright Trading (ล้านบาท)          432,303.75           496,756.94         -12.97%             3,667,359.84
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท)                             86,460.75            99,351.39         -12.97%               104,781.71
ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index)                  109.87               109.95          -0.07%          
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index)                109.06               109.13          -0.06% 

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) --%
ช่วงอายุของตราสารหนี้               1 เดือน        6 เดือน           1 ปี           3 ปี          5 ปี         10 ปี          15 ปี          30 ปี
สัปดาห์นี้ (20 ก.พ. 69)               1.14          1.15          1.16          1.26         1.33          1.9           2.3          2.82
สัปดาห์ก่อนหน้า (13 ก.พ. 69)          1.13          1.15          1.15          1.23          1.3         1.87          2.28          2.82
เปลี่ยนแปลง (basis point)              1             0             1             3            3            3             2             0