ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 31.06 แกว่งแคบจากช่วงเช้า รอปัจจัยใหม่ จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯคืนนี้

          นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 31.06 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับ
เปิดตลาดช่วงเช้า ที่ระดับ 31.08 บาท/ดอลลาร์
          โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.02-31.13 บาท/ดอลลาร์ เป็นการเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เพื่อรอดูปัจจัย
ใหม่ที่จะเข้ามามีผลต่อตลาดเงิน หลังจากที่เมื่อวานนี้ (25 ก.พ.) เงินบาทอ่อนค่าลงไปบ้าง ในช่วงรู้ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบาย
การเงิน (กนง.) ที่มีมติเซอร์ไพร์สตลาดด้วยการลดดอกเบี้ยลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.00% โดยมีผลทันที 
          ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศ เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ "อนุทิน 2" ที่แม้จะเริ่มมีความชัดเจนเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ไม่ค่อยมีผล
ต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเท่าใดนัก
          สำหรับคืนนี้ นักลงทุนรอดูการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์  
          นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00 - 31.20 บาท/ดอลลาร์

          * ปัจจัยสำคัญ

          - เงินเยน อยู่ที่ระดับ 156.03 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 156.02 เยน/ดอลลาร์  
          - เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1790 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1820 ดอลลาร์/ยูโร
          - ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,533.64 จุด เพิ่มขึ้น 17.63 จุด (+1.16%) มูลค่าซื้อขาย 77,692.47 ล้านบาท 
          - สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,328.75 ล้านบาท
          - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนม.ค.69 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการ
ส่งออกสินค้า ที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี สอดคล้องกับการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่าง
ประเทศยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามทิศทางค่าเงินบาท ตลาดเงินและตลาดทุน และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ 
ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
          - ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนม.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 101.58 ขยายตัว 1.46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี
แรงหนุนจากการผลิตรถยนต์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง เพื่อชดเชยการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ยังขยายตัว รวมถึง
กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าและบริการในหลายอุตสาหกรรม ส่วนแนวโน้มปี 69 คาด 
MPI และ GDP ภาคอุตสาหกรรมโต 1.5-2.5%
          - สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เผย ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม ในปีงบประมาณ 2569 ของรัฐ
วิสาหกิจทั้งปีงบประมาณ และปีปฏิทิน พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 41,518 ล้านบาท คิดเป็น 17% ของกรอบงบลงทุนจำนวน 240,926 ล้านบาท
          - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า GDP ของสหรัฐฯ จะขยายตัวแข็งแกร่งที่ 2.6% ในปีนี้ อย่างไรก็
ดี แม้เศรษฐกิจเฟื่องฟูขึ้น แต่ IMF เตือนว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้า อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากกว่าที่
คาดไว้
          - ธนาคารเจพีมอร์แกน (JPMorgan) คาดการณ์ว่า การที่ธนาคารกลาง และกลุ่มนักลงทุน ยังคงต้องการถือครองทองคำ
อย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำให้พุ่งขึ้น แตะระดับ 6,300 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในสิ้นปี 2569 ขณะเดียวกัน เจพีมอร์แกนได้
ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำในระยะยาวเป็น 4,500 ดอลลาร์/ออนซ์
          - สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) เปิดเผยรายงานว่า หนี้สินรวมทั่วโลก เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 
348 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพิ่มขึ้นถึง 29 ล้านล้านดอลลาร์ นับเป็นการขยายตัวรายปีที่รวดเร็วที่สุด นับตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาด
ของโควิด-19
          - กลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) มีแนวโน้มพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 137,000 บาร์เรล/วันในเดือนเม.ย. เพื่อเตรียม
รองรับความต้องการใช้น้ำมันที่มักพุ่งสูงในฤดูร้อน รวมถึงแรงหนุนด้านราคา จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศ
สมาชิกโอเปก