ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดร่วง วิกฤตอิหร่านฉุดหุ้นกลุ่มแบงก์-สายการบิน

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงอย่างหนักในวันจันทร์ (2 มี.ค.) โดยปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงการซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 623.63 จุด ลดลง 10.22 จุด หรือ -1.61% โดยดัชนีปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,394.32 จุด ลดลง 186.43 จุด หรือ -2.17%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,638.00 จุด ลดลง 646.26 จุด หรือ -2.56% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,780.11 จุด ลดลง 130.44 จุด หรือ -1.20%

สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ภายใต้ปฏิบัติการ "Operation Epic Fury" ซึ่งส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างและดึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้อง

ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า การแทรกแซงทางทหารในอิหร่านจะใช้เวลาประมาณ 4-5 สัปดาห์ โดยมีเป้าหมายที่จะทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน, ทำลายกองกำลังทางเรือของอิหร่าน, ป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต และทำให้รัฐบาลอิหร่านไม่สามารถสนับสนุนการก่อการร้ายในต่างประเทศได้อีก

ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดหุ้นยุโรป (STOXX Volatility Index) พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. 2568

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 3.2% นำโดยหุ้นธนาคารรายใหญ่อย่าง HSBC, Santander และ Allianz ซึ่งปรับตัวลงระหว่าง 3% - 5%

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ปรับตัวลง 1% และ 3% ตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนประเมินความเสี่ยงที่บริษัทในกลุ่มนี้จะเผชิญกับภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น หลังจากราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นกว่า 6% ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจส่งผลกระทบต่อการลำเลียงขนส่งน้ำมันและทำให้อุปทานน้ำมันเผชิญภาวะตึงตัว โดยหุ้น Shell, BP และ TotalEnergies ปรับตัวเพิ่มขึ้นระหว่าง 2% - 3%

แต่การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ตลอดจนการปิดน่านฟ้าและการระงับเส้นทางบินไปยังตะวันออกกลางซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางการบินที่สำคัญ ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อหุ้นกลุ่มเดินทางและสันทนาการ โดยหุ้นสายการบิน Lufthansa ร่วงลง 5.2% ขณะที่หุ้น IAG ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการสายการบิน British Airways ร่วงลง 5.5% และหุ้น Air France KLM ดิ่งลง 9%

ส่วนหุ้นกลุ่มยุทโธปกรณ์ปรับตัวขึ้น 0.3% เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มที่จะทำให้ความต้องการอาวุธยุทโธปกรณ์ปรับตัวสูงขึ้นด้วย