ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดร่วง 130.44 จุด วิตกตะวันออกกลางตึงเครียด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงกว่า 100 จุดในวันจันทร์ (2 มี.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,780.11 จุด ลดลง 130.44 จุด หรือ -1.20%

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ภายใต้ปฏิบัติการ "Operation Epic Fury" ซึ่งส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างและดึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้อง

หุ้นกลุ่มธุรกิจการเดินทางถูกเทขายอย่างหนัก ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเดินทาง ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นกลุ่มเดินทางและสันทนาการร่วงลง 4.3% โดยหุ้นกลุ่มโรงแรมและผู้ประกอบการเรือสำราญเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด

หุ้น IAG ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานสายการบิน British Airways ร่วงลง 5.5% หลังจากทางสายการบินยกเลิกเที่ยวบินไปยังเทลอาวีฟและบาห์เรนจนถึงวันที่ 3 มี.ค.

หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ หุ้น HSBC, Barclays and Lloyds Banking Group ปรับตัวลงระหว่าง 2.5% - 4.2%

อย่างไรก็ดี การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยหุ้น Shell ปรับตัวขึ้น 1.9% ส่วนหุ้นบริษัทยุทโธปกรณ์ เช่นหุ้น BAE Systems พุ่งขึ้น 6% ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่าสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้ความต้องการยุทโธปกรณ์ปรับตัวสูงขึ้นด้วย