สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มี.ค. 69)
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาท
เปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.64 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากปิดเมื่อวันจันทร์ที่ระดับ 31.45 บาท/ดอลลาร์
โดยตั้งแต่คืนวันที่ 2 มี.ค. เงินบาททยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญ 32.00 บาท/ดอลลาร์ ก่อนที่จะ
พลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นท่ามกลางความกังวลสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงบานปลายเป็นความขัดแย้งระดับ
ภูมิภาค และส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกให้สูงขึ้น รวมทั้งกระทบกับการขนส่งและการเดินเรือ ซึ่งจะหนุนให้เงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้น และ
กระทบต่อการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางได้
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ยังมีความเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลงบ้าง แต่การอ่อนค่าของเงินบาทอาจชะลอลง เนื่องจากผู้ส่ง
ออกต่างรอจังหวะทยอยขายเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ แรงกดดันต่อเงินบาทด้านอ่อนค่ายังมีพอสมควร โดยเฉพาะในช่วงระยะสั้น ตราบใดที่
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจยืดเยื้อ ตลาดจะยิ่งกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและปรับลด
ความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED
"หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงทยอยออกมาดีกว่าคาด จะยิ่งทำให้ตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ย
ของ FED ซึ่งหนุนการปรับตัวขึ้นของดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทำให้เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าทดสอบโซน 32.00 บาท" นายพูน
ระบุ
คืนนี้ตลาดจะรอลุ้นรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการของสหรัฐฯ ในเดือนก.พ. และรายงานข้อมูลการจ้างงาน
ภาคเอกชน อีกทั้งรอจับตารายงานยอดสต็อกน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ และรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป
(ECB) เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB
นายพูน มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.50-31.85 บาท/ดอลลาร์
SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 31.6550 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.68 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันจันทร์ ที่ระดับ 156.88 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1590 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันจันทร์ ที่ระดับ 1.1730 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 31.309 บาท/ดอลลาร์
- สงครามตะวันออกกลาง กระทบเรือขนส่งสินค้าเส้นทางเอเชีย-ยุโรป สรท.เผยเส้นทางคลองสุเอซต้องไปอ้อม แหลมกู๊ด
โฮป แนะผู้ส่งออกเผื่อเวลาขนส่งเพิ่ม 2 สัปดาห์ "หอการค้า" เผยบางสายเดินเรือระงับ Booking เส้นทาง อ่าวเปอร์เซีย ทะเลแดง
คลองสุเอซ เก็บค่าธรรมเนียมพิเศษพุ่ง 2 พันดอลลาร์ต่อตู้ "ศุภจี" ห่วงค่าขนส่งพุ่ง ประสานสายเดินเรือ เกาะติดประเมินสถานการณ์
- นายกฯ ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต วันพุธนี้เรียก "พลังงานพาณิชย์" หารือตรึงราคา หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
พณ.ประเมินด้านการค้ามีผลกระทบไม่มาก เตรียม 6 มาตรการรับมือกำกับดูแลสินค้า "กรมการค้าภายใน" งัด กม.ป้องกันฉวยโอกาสเอา
เปรียบ ปชช. ขออย่าตื่นตระหนก สินค้ามีเพียงพอ
- ธปท.เกาะติดผลกระทบสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่งสูง 10 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล กด
จีดีพีลดลง 0.15% ดันเงินเฟ้อพุ่ง 0.5% กระทบค่าครองชีพประชาชน ชี้ลดดอกเบี้ยนโยบายที่ผ่านมา หวังประคองเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง
มีเวลาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ยันดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจแต่ต้องช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นด้วยเพื่อไม่ให้กระทบย้อนกลับมากระทบเสถียรภาพ
ระยะยาว
- นายกสมาคม โรงแรมไทยหวั่น "สงครามอิหร่าน" สะเทือน ยอด "นักท่องเที่ยวต่างชาติ" เดินทางเข้าไทย ปี 69 ลุ้น
ทะลุ 36 ล้านคน ฝ่าด่าน "ภูมิรัฐศาสตร์" ป่วนโลก แนะรัฐบาลใหม่ เร่งออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศช่วงโลว์ซีซัน ชดเชย
รายได้รวม ที่หายไป ด้าน "เซ็นทารา-ไมเนอร์" ยันเปิดให้บริการโรงแรมทุกแห่งในตะวันออกกลางตามปกติ-ดูแลแขกใกล้ชิด
- "พาณิชย์" เคาะ 6 มาตรการรับมือตะวันออกกลางป่วน กำกับดูแลสินค้า หาแหล่งวัตถุดิบสำรอง ช่วยผู้ส่งออกบริหารโลจิ
สติกส์ ประสานสายเรือ มอบทูตพาณิชย์เกาะติดสถานการณ์ และวิเคราะห์ผลกระทบต่อเงินเฟ้อ กรมการค้าภายในรับลูก เกาะติดสินค้าทั้ง
ประเทศ ป้องกันฉวยโอกาสขึ้นราคา เอาเปรียบประชาชน
- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.)
เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงทำให้นักลงทุนถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของ
ราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวทำให้นักลงทุนมองว่าอาจจะกระตุ้นให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและลดโอกาสที่ธนาคาร
กลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันอังคาร (3 มี.ค.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์
และความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจมีโอกาสน้อยลงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- นักวิเคราะห์มองว่า ขณะนี้ราคาทองคำได้รับอิทธิพลจากปัจจัยที่สวนทางกัน ระหว่างแรงซื้อเพื่อความปลอดภัยจากความไม่
แน่นอนทางการเมือง กับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง
- นักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อ ซึ่งจะ
ทำให้การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยปัจจุบันนโยบายการเงินของเฟดถือว่า
อยู่ในระดับที่คุมเข้มอยู่แล้ว อันเนื่องมาจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์ใช้มาตรการภาษีศุลกากร ขณะที่อัตราผลตอบ
แทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายที่
เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านขู่ตอบโต้และสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพในภูมิภาค โดยนักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่อ
อุปทานพลังงาน และอาจลุกลามจนดึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้อง
- นักลงทุนจับตาการประชุมสองสภา (Two Sessions) ของจีน ประกอบด้วยสภาที่ปรึกษาทางการเมืองซึ่งจะเริ่มขึ้นใน
วันนี้ และสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ที่มีกำหนดเปิดประชุมในวันพฤหัสบดีที่ 5 มี.ค. โดยนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง ของจีน มีกำหนด
ประกาศเป้าหมายทางเศรษฐกิจในการประชุม NPC ซึ่งส่วนใหญ่ได้มีการตัดสินใจไว้แล้วในการประชุมเมื่อเดือนธ.ค. 2568
- ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ
(PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.พ.จาก S&P Global, ดัชนีภาคบริการเดือนก.พ.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM), สต็อก
น้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคาร
กลางสหรัฐ (เฟด)