ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกต่อเนื่องในวันนี้ (11 มี.ค.) โดยทะยานขึ้นทะลุระดับสำคัญที่ 55,000 จุด หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาอุปทานน้ำมันดิบชะงักงันที่อาจยืดเยื้อ ประกอบกับสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลง ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลาง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 55,025.37 จุด พุ่งขึ้น 776.98 จุด หรือ +1.43%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก กลุ่มการขนส่งทางทะเล และกลุ่มพลังงานไฟฟ้าและก๊าซ
ดีลเลอร์ระบุว่า หุ้นทุกกลุ่มพากันปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงสั้น ๆ หลังนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ เมื่อสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวลง โดยได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) ว่า สงครามกับอิหร่านอาจยุติลงในเร็ว ๆ นี้
ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วได้ฉุดให้ราคาหุ้นดิ่งลงอย่างหนัก และสร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลก โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ซึ่งเคยพุ่งทะลุระดับ 111 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้ร่วงลงหลุดระดับ 77 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นการชั่วคราวในการซื้อขายเมื่อคืนนี้
นอกจากนี้ มีรายงานว่าทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เสนอให้มีการระบายน้ำมันออกจากคลังสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อสกัดความร้อนแรงของราคาน้ำมันดิบ
โคอิจิ ฟูจิชิโระ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยไดอิจิไลฟ์ (Dai-ichi Life Research Institute) กล่าวว่า "ตลาดกลับมามีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นสัปดาห์" พร้อมระบุว่าบรรยากาศเริ่มกลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง โดยอ้างอิงถึงการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และการอ่อนตัวของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนก.พ.
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดยได้รับปัจจัยบวกจากการพุ่งทะยานของหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดสหรัฐฯ หลังจากที่ Oracle Corp. เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง พร้อมคาดการณ์รายได้ที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI)