นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า [EGCO] กล่าวว่า EGCO เตรียมงบลงทุนในปี 69 ไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาทเพื่อเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ผ่านการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ด้วยการลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ โดยต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว 7 ประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลังงานในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่สำคัญของ EGCO Group และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องของธุรกิจ Data Center
ในปี 69 บริษัทวางแผนในกานเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการ (M&A) ธุรกิจก๊าซและพลังงงานทดแทนในสหรัฐ 2 ดีล ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา โดยที่เงินลงทุนส่วนใหญ่ในปีนี้ที่ตั้งไว้จะใช้รองรับในการทำดีล M&A ซึ่งหลังจากปิดดีลได้แล้วคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาทันที แต่อาจจะไม่เต็มที่นักในปีนี้
EGCO มั่นใจว่าจะทำรายได้มากกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 3.79 หมื่นล้านบาท ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า Pinnacle II กำลังการผลิต 251 เมกะวัตต์ และการรับรู้รายได้เต็มปีจากการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 38% ใน Linden Cogen
ส่วนในฟิลิปปินส์เป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า Quezon ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ 400 เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซียเป็นการขยายการลงทุนของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group
ด้านการลงทุนในประเทศนั้นความคืบหน้าของโครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 โดย EGCO อยู่ระหว่างการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ซึ่งประกอบด้วย PPA กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ใน SPP 10 โครงการ และ PPA กับการไฟฟ้าภูมิภาค (กฟภ.) เป็น VSPP 1 โครงการ คาดว่า PPA ทั้งหมดจะลงนามได้ภายในไตรมาส 2/69 และการก่อสร้างโครงการแรกจะเริ่มกลางปี 70 โดยจะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 71-73
ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการศึกษาการทำ Asset Recycling เพื่อรองรับการต่อยอดการลงทุนโครงการใหม่ๆ และสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น ประกอบกับศึกษาความเป๊นไปได้ในการที่จะดึงกลุ่มลูกค้า Data Center เข้ามาใช้ไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าของ EGCO มากขึ้น เนื่องจาก Data Center และ AI กำลังมีการขยายตัวมาก และเป็นกลุ่มที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ทำให่บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสที่จะรุกขยายการขายไฟให้กับกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทได้ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ปัจจุบัน EGCO Group มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 6,884 เมกะวัตต์ โดย 57% เป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าในต่างประเทศ และ 43% เป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีการ COD ไปแล้วกว่า 6,788 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 96 เมกะวัตต์
EGCO ยังอยู่ระหว่างศึกษานโยบาย Direct PPA ที่เปิดทางให้ภาคเอกชนทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ผลิตได้โดยตรง ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญในการลงทุนของธุรกิจ Data Center ที่ต้องการพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ ในขณะที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) อยู่ระหว่างการติดตามความเป็นไปได้ในการรับไฟฟ้าจากระบบส่ง (Grid) ของ กฟผ. และการหารือกับลูกค้า Data Center ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก และอยู่ระหว่างการหาโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติมในรูปแบบโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อขายตรง (Independent Power Supply: IPS) และการขายไฟฟ้าผ่าน Direct PPA เพื่อรองบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า Data Center ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในอนาคต
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ต่างๆยังมีความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่ๆ ทำให้บริษัทต้องมีความยืดหยุ่นอย่างแข็งแกร่งในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดย EGCO Group ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินงานอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจในปัจจุบัน ภายใต้ชื่อ "POWER4" ซึ่งประกอบด้วยภารกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่
1. Profitability and Performance Energizing เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งดูแลผู้ถือหุ้นด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
2. Power and Energy-related Focus เน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของธุรกิจ Data Center ตลอดจนแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง
3. Portfolio Optimization บริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และบริหารสินทรัพย์อย่างมีกลยุทธ์ผ่านกระบวนการ Asset Recycling ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปต่อยอดในโครงการที่มีศักยภาพและสร้างผลตอบแทนสูงกว่าในอนาคตรวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนในสหรัฐ
4. Proactive Organization Excellence ปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับการบริหารจัดการกระบวนการทำงานเชิงรุกด้วยดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
"EGCO Group เชื่อมั่นว่า กลยุทธ์ POWER4 จะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน พร้อมนำพาองค์กรก้าวสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำทั้ง 3 ระยะ และมีความเชื่อมั่นในพลัง ONE EGCO ที่จะเปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาส EGCO Group ไม่ได้มองแค่ผลสำเร็จในระยะสั้น แต่เรามุ่งหวังที่จะสร้าง ONE GOAL คือความมั่นคงที่ยั่งยืนและสมดุล เพื่อส่งต่อพลังงานให้สังคมและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับนักลงทุนต่อไป" นายธวัชชัย กล่าว
ส่วนสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ EGCO Group จำกัด เนื่องจากโครงการที่มี PPA มีกลไกส่งผ่านค่าเชื้อเพลิงไปยังผู้รับซื้อไฟฟ้า (Off-taker) ในขณะที่โครงการที่ขายไฟฟ้าใน Pool Market ค่าไฟฟ้าจะสะท้อนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และบริษัทมีการสำรองเชื้อเพลิงที่เพียงพอและมีระบบขนส่งที่ไม่ได้พึ่งพาเส้นทางความขัดแย้งโดยตรง ทำให้มั่นใจว่าการผลิตไฟฟ้าจะไม่หยุดชะงัก รวมทั้งบริษัทมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลาย (Diversified Portfolio) ทั้งในด้านประเภทเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า (Renewable & Conventional)
นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอื่นๆที่ช่วยลดการกระจุกตัวของความเสี่ยง EGCO Group ประกอบกับ บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและโครงสร้างทางการเงินมั่นคง พร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลก แม้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานอาจได้รับแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุน แต่พื้นฐานของ EGCO ยังแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญ