พาณิชย์ ยกระดับดูแลสินค้าควบคุมจากผลกระทบสงคราม เตรียมออกประกาศ กกร.เพื่อบังคับใช้โดยเร็ว

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ว่า ขณะนี้เป็นสถานการณ์เร่งด่วน ซึ่งปกติการประชุม กกร. จะมีการพิจารณาในช่วงเดือนมิ.ย. แต่กระทรวงพาณิชย์เห็นว่ามีความจำเป็น และส่งผลกระทบต่อประชาชน จึงมีการทบทวนรายการสินค้า และมาตรการรองรับสถานการณ์ที่ต้องมีการกำกับดูแลที่เหมาะสม

นายวิทยากร กล่าวว่า สถานการณ์สินค้าในประเทศขณะนี้หลายรายการได้รับผลกระทบ กระทรวงพาณิชย์จึงจำเป็นต้องมีมาตรการบริหารจัดการทั้งปริมาณสต็อกสินค้า และราคาจำหน่าย โดยภายหลังการประชุมในวันนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการยกระดับมาตรการกำกับดูแลสินค้าควบคุมในหลายรายการ และจะเร่งออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด

ในส่วนของรายการสินค้าควบคุม และมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติม ที่ประชุมได้พิจารณาตามข้อเสนอของฝ่ายเลขานุการแล้ว จะเร่งเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณากำหนดมาตรการในภาพรวม และดำเนินการออกมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนต่อไป เพื่อให้การกำกับดูแลสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน

ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์จำเป็นเร่งด่วน หรือพบสัญญาณความเสี่ยงด้านราคาที่อาจกระทบต่อประชาชน ประธาน กกร.สามารถออกประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตก่อนปรับราคาได้ทันที เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและป้องกันการฉวยโอกาสทางการค้า

"สำหรับสินค้าควบคุมที่มีการหารือในที่ประชุมนั้น มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ และรัดกุม เนื่องจากสถานการณ์โลกยังมีความอ่อนไหวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในจะเร่งดำเนินมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสมโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันผลกระทบล่วงหน้า และรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าในประเทศ" นายวิทยากร กล่าว

โดยปัจจุบันมีสินค้าและบริการควบคุม 59 รายการ ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค และมีมาตรการที่เข้มข้น อาทิ การขออนุญาตปรับราคาก่อนจำหน่าย การแจ้งสต็อกปริมาณ นายวิทยากร กล่าวว่า การพิจารณาทบทวนยกระดับมาตรการในวันนี้ เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังมีความยืดเยื้อ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานในตลาดโลกที่มีความผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า สารเคมีพื้นฐาน และค่าขนส่งระหว่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อโครงสร้างต้นทุนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง

ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้กลไกด้านการบริหาร โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายในการตรึงราคาสินค้าและบริหารต้นทุนร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ขณะเดียวกัน เมื่อแนวโน้มต้นทุนยังมีความไม่แน่นอน จึงจำเป็นต้องใช้กลไกทางกฎหมายควบคู่กัน ผ่านคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแลสินค้าควบคุมให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง สามารถติดตามต้นทุน และป้องกันการปรับราคาที่ไม่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายทันที หากพบ พฤติกรรมที่เค้าข่ายการผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าตามมาตรา 28 การจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควรตามมาตรา 29 หรือการกักตุนสินค้าควบคุมตามมาตรา 30 ของกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ย่อมเป็นความผิดทางอาญา ที่มีโทษทางกฎหมาย โดยประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ได้ทันที

ก่อนหน้านี้ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ได้แถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงมาตรการดูแลประชาชนในเรื่องค่าครองชีพ ว่า ที่ประชุม กกร.วันนี้ จะมีการพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าควบคุมอีก 12 รายการ ตั้งแต่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิต ซึ่งจากเดิมมีสินค้าควบคุม 59 รายการ จะรวมเป็นทั้งหมด 71 รายการ

โดยสินค้าที่ต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ก่อนที่จะปรับขึ้นราคา ซึ่งแต่เดิมมี 8 รายการ จะเพิ่มอีก 13 รายการ รวมเป็น 21 รายการ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติภายใต้ กกร. ก็จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาในวันที่ 31 มี.ค.นี้