ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีคามิลลา จะเสด็จเยือนสหรัฐในเดือนเมษายน ซึ่งจะตรงกับวาระครบรอบ 250 ปีของการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา
'เมลาเนีย และผม มีความยินดีที่จะประกาศว่า สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งสหราชอาณาจักร จะเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาแบบรัฐพิธีครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน ซึ่งจะรวมถึงการจัดงานเลี้ยงอันงดงามที่ทำเนียบขาวในค่ำวันที่ 28 เมษายน'
'โอกาสสำคัญครั้งนี้จะยิ่งพิเศษมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากเรากำลังเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งประเทศอันยิ่งใหญ่ของเรา'
'ผมตั้งตารอที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งผมให้ความเคารพอย่างสูง สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก!' ปธน.ทรัมป์ระบุ
สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแถลงในวันนี้ว่า กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 จะเสด็จเยือนสหรัฐในช่วงปลายเดือนเมษายน แม้มีเสียงเรียกร้องให้มีการยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางดังกล่าว ขณะที่สหรัฐและอิสราเอลกำลังทำสงครามกับอิหร่าน
การยืนยันการเสด็จเยือนสหรัฐแบบรัฐพิธีเป็นครั้งแรกของกษัตริย์ชาร์ลส์มีขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและสหราชอาณาจักรกำลังสั่นคลอน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้วิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ต่อการที่สหราชอาณาจักรไม่ได้ให้ความช่วยเหลือสหรัฐในการทำสงครามกับอิหร่าน
พระราชวังบักกิงแฮมระบุในแถลงการณ์ว่า การเสด็จเยือนของกษัตริย์ชาร์ลส์และพระราชินีคามิลลา จะเป็นการเฉลิมฉลองความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ทวิภาคีสมัยใหม่ระหว่างสหรัฐและสหราชอาณาจักร
นอกจากนี้ การเสด็จเยือนครั้งนี้จะเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐกำลังเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพ และหลังจากนั้น กษัตริย์ชาร์ลส์จะเสด็จเยือนเบอร์มิวดา ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษอย่างเป็นทางการ
นายวอร์เรน สตีเฟนส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหราชอาณาจักร ระบุเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การยกเลิกการเยือนสหรัฐจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่
การเสด็จเยือนครั้งนี้จะเป็นการเยือนสหรัฐครั้งแรกของกษัตริย์ชาร์ลส์ในฐานะกษัตริย์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้พระองค์เคยต้อนรับปธน.ทรัมป์อย่างยิ่งใหญ่ในการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยปธน.ทรัมป์ได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ ทั้งการจัดงานเลี้ยงแบบรัฐพิธีที่พระราชวังวินด์เซอร์ และการแสดงขบวนพาเหรดทางทหาร