อิสราเอล-เลบานอนเตรียมเจรจาสันติภาพที่กรุงวอชิงตันสัปดาห์หน้า

การเจรจาโดยตรงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนมีกำหนดจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า หลังจากที่อิหร่านแสดงความไม่พอใจต่อการที่อิสราเอลทำการโจมตีเลบานอน และขู่ที่จะถอนตัวจากข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐ

ทั้งนี้ อิสราเอลได้ทำการโจมตีเลบานอนเพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ โดยการโจมตีของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 คน ขณะที่บาดเจ็บมากกว่า 1,150 คน และทำให้มีผู้พลัดถิ่นมากกว่า 1 ล้านคน

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล โดยเรียกร้องให้อิสราเอลลดการใช้ปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์

นายเนทันยาฮูกล่าวว่า เขาได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีอิสราเอลเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพกับเลบานอน ซึ่งจะรวมถึงการปลดอาวุธของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

'จากการที่เลบานอนได้ร้องขอให้มีการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล ผมได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีเริ่มการเจรจาโดยตรงกับเลบานอนโดยเร็วที่สุด โดยการเจรจาจะมุ่งเน้นไปที่การปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ และการสร้างความสัมพันธ์อย่างสันติระหว่างอิสราเอลและเลบานอน' นายเนทันยาฮูกล่าวในแถลงการณ์

นายโจเซฟ อูน ประธานาธิบดีเลบานอน กล่าวก่อนหน้านี้ว่า 'ทางออกเดียวของสถานการณ์ในเลบานอนคือการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ตามด้วยการเจรจาโดยตรงระหว่างทั้งสองฝ่าย'

เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่า การเจรจาระหว่างอิสราเอลและเลบานอนจะมีขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในสัปดาห์หน้า โดยตัวแทนของอิสราเอลคือนายเยคิเอล ไลเตอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐ ส่วนตัวแทนของเลบานอนคือ นางนาดา ฮามาเดห์ โมอาวัด เอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐ

นายเนทันยาฮูกล่าวว่า การเจรจามีเป้าหมาย 2 ประการ ได้แก่ การปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และการทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิสราเอลและเลบานอน

ทั้งนี้ อิสราเอลและเลบานอนไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ และยังคงอยู่ในภาวะสงครามนับตั้งแต่การก่อตั้งรัฐอิสราเอลในปี 1948