ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ (10 เม.ย.) แต่ทำสถิติปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 หลังจากข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์นี้ โดยขณะนี้นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การเจรจาสันติภาพในวันเสาร์นี้ (11 เม.ย.)
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,600.53 จุด ลดลง 2.95 จุด หรือ -0.03%
ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงมีทิศทางเชิงบวก ขณะที่นักลงทุนรอผลการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์นี้ที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน
ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดทำการในวันศุกร์ ขณะที่อิสราเอลและอิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังคงมีการยิงตอบโต้กัน ซึ่งทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านระบุว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
ตลาดฟื้นตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์นี้ หลังราคาน้ำมันปรับตัวลงภายหลังการประกาศข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังต่อการกลับมาของการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การไหลเวียนของน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียยังคงถูกจำกัดอย่างมาก ส่งผลให้ราคาน้ำมันล่วงหน้ายังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
หุ้น AO World พุ่งขึ้น 7% หลังบริษัทค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของอังกฤษคาดว่ากำไรประจำปีจะอยู่ในระดับสูงสุดของกรอบคาดการณ์ หลังจากสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในทุกหมวดสินค้าหลักของธุรกิจที่มุ่งเน้นผู้บริโภค
หุ้น B&M ร่วงลง 4.6% หลังบริษัทเปิดเผยว่า เฮเลน โควิง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินชั่วคราว ลาออกจากบริษัทค้าปลีกสินค้าราคาประหยัดของอังกฤษ หลังดำรงตำแหน่งไม่ถึง 5 เดือน
หุ้น BAE Systems ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาด้านกลาโหม ร่วงลง 3.3% ขณะที่หุ้นสายการบิน Wizz Air พุ่งขึ้น 7.2% หลังรายงานของบลูมเบิร์กระบุว่า ผู้เจรจาระดับสูงของยูเครนในการเจรจากับรัสเซีย มองเห็นความคืบหน้าไปสู่ข้อตกลงสันติภาพที่อาจเกิดขึ้นกับรัสเซีย