โกลด์แมน แซคส์ เผยกำไรสูงกว่าคาด แต่หุ้นร่วง 3.8% ก่อนเปิดตลาด

โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยรายได้และกำไรเติบโตแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นกลับร่วงลง 3.8% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดหุ้นนิวยอร์กในวันนี้ (13 เม.ย.)

โกลด์แมน แซคส์ ซึ่งเป็นวาณิชธนกิจรายใหญ่ที่สุดของโลก รายงานกำไรต่อหุ้น (EPS) สำหรับไตรมาสแรกที่สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. อยู่ที่ระดับ 17.55 ดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 16.47 ดอลลาร์ อยู่ 1.08 ดอลลาร์

รายได้รวมของบริษัทอยู่ที่ 1.723 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการที่ 1.695 หมื่นล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้น 14% จากระดับ 1.509 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2568 สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งของหลายธุรกิจหลัก

รายได้ส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากธุรกิจการธนาคารและการตลาดระดับโลก (Global Banking & Markets) ซึ่งสร้างรายได้สุทธิ 1.274 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบรายปี โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมจากธุรกิจวาณิชธนกิจที่พุ่งขึ้น 48% สู่ระดับ 2.84 พันล้านดอลลาร์ จากรายได้ด้านที่ปรึกษาที่เพิ่มขึ้นตามกิจกรรมควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ที่ขยายตัว

ขณะเดียวกัน รายได้จากธุรกิจซื้อขายหุ้น (Equities) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 27% สู่ระดับ 5.33 พันล้านดอลลาร์ ส่วนรายได้จากธุรกิจซื้อขายตราสารหนี้ ค่าเงิน และสินค้าโภคภัณฑ์ (FICC) ปรับตัวลง 10% สู่ระดับ 4.01 พันล้านดอลลาร์

บริษัทเปิดเผยด้วยว่า มูลค่างานในธุรกิจวาณิชธนกิจที่รอรับรู้รายได้ในอนาคตปรับตัวลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปี 2568

ในส่วนของธุรกิจการบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่ง (Asset & Wealth Management) รายได้เพิ่มขึ้น 10% สู่ระดับ 4.08 พันล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การดูแลที่ขยายตัว

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจแพลตฟอร์มทางการเงิน (Platform Solutions) รายงานรายได้ลดลง โดยอยู่ที่ 411 ล้านดอลลาร์ จากระดับ 610 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากการปรับลดมูลค่าสินเชื่อในพอร์ต Apple Card

ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 14% สู่ระดับ 1.043 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านค่าตอบแทนที่สูงขึ้นตามผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์ ประกาศจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสในอัตรา 4.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น