ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันจันทร์ (13 เม.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ หลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านประสบความล้มเหลว และรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบังคับใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ระดับ 613.88 จุด ลดลง 0.96 จุด หรือ -0.16%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ระดับ 8,235.98 จุด ลดลง 23.62 จุด หรือ -0.29%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ระดับ 23,742.44 จุด ลดลง 61.51 จุด หรือ -0.26% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับ 10,582.96 จุด ลดลง 17.57 จุด หรือ -0.17%
รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการปิดกั้นเรือไม่ให้เข้าออกท่าเรือของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ โดยมาตรการปิดล้อมดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลา 21.00 น. ของวันจันทร์ตามเวลาไทย ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญแห่งนี้อีกครั้ง หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศปากีสถานในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประสบความล้มเหลว
ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social ในวันจันทร์ว่า กองทัพสหรัฐฯ จะทำลายเรือของอิหร่านทุกลำ หากเข้าใกล้พื้นที่ปิดล้อมของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมกับระบุว่า กองทัพเรืออิหร่านถูกทำลายจนหมดสิ้นและจมลงสู่ก้นทะเลแล้ว โดยมีเรือ 158 ลำถูกทำลายทั้งหมด ขณะที่เรือเร็วโจมตีจำนวนหนึ่งยังไม่ได้ถูกโจมตี เนื่องจากยังไม่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามสำคัญ
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังเตือนว่า หากเรือเหล่านี้เข้าใกล้พื้นที่ปิดล้อมของสหรัฐฯ แม้เพียงเล็กน้อย จะถูกทำลายทันที โดยใช้ระบบปฏิบัติการแบบเดียวกับที่ใช้จัดการกับเครือข่ายค้ายาเสพติดทางทะเล พร้อมระบุว่าเป็นการดำเนินการที่รวดเร็วและรุนแรง
สถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้น และทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
หุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารและกลุ่มเฮลธ์แคร์ร่วงลง และเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ฉุดดัชนี STOXX 600 โดยหุ้น Deutsche Telekom ร่วงลง 6% หลังจากนักวิเคราะห์ของ JP Morgan ปรับลดเป้าหมายราคาหุ้นของบริษัทเยอรมันแห่งนี้
หุ้น LVMH ปิดตลาดขยับลงเล็กน้อย หลังจากดิ่งลงอย่างหนักในระหว่างวัน ภายหลังจากสินค้าแบรนด์หรูรายใหญ่ของฝรั่งเศสรายนี้เปิดเผยยอดขายรายไตรมาสออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เนื่องจากผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยยอดขายโดยรวมในไตรมาสแรกของ LVMH เพิ่มขึ้น 1% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.5%
หุ้น Nokia พุ่งขึ้น 7.2% แตะระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี หลังจากนักวิเคราะห์ของธนาคาร BofA ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนในหุ้น Nokia เป็น "Buy"