ดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นกว่า 300 จุด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวในวันนี้ว่า การเจรจากับอิหร่านอาจมีขึ้นอีกครั้งในปากีสถานภายในสองวันข้างหน้า
นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
ณ เวลา 23.02 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ บวก 302.53 จุด หรือ 0.63% สู่ระดับ 48,520.78 จุด
หนังสือพิมพ์ New York Post รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวในวันนี้ว่า การเจรจากับอิหร่านอาจมีขึ้นอีกครั้งในปากีสถานภายในสองวันข้างหน้า
'คุณควรอยู่ที่นั่น เพราะอาจมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นภายในสองวันข้างหน้า และเรามีแนวโน้มที่จะไปที่นั่น' ปธน.ทรัมป์กล่าว
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวเสริมว่า พลเอกอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน กำลังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการผลักดันการเจรจา
'เขายอดเยี่ยมมาก ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เราจะกลับไปที่นั่น' ปธน.ทรัมป์กล่าว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยกับสำนักข่าว CNBC ในวันนี้ว่า การเจรจารอบที่สองระหว่างสหรัฐและอิหร่านกำลังอยู่ในระหว่างการหารือ แต่ยังไม่มีการกำหนดเวลาอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานวานนี้โดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า คณะเจรจาของสหรัฐและอิหร่านอาจกลับไปยังกรุงอิสลามาบัดอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้เพื่อเปิดการเจรจาอีกครั้ง หลังจากการเจรจารอบล่าสุดสิ้นสุดลงโดยยังไม่มีความคืบหน้า
รายงานระบุว่า ผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถาน อียิปต์ และตุรกีกำลังพยายามรื้อฟื้นการเจรจาก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย.
'เราไม่ได้อยู่ในภาวะชะงักงันโดยสิ้นเชิง ประตูยังไม่ปิด ทั้งสองฝ่ายยังคงต่อรองกันอยู่' แหล่งข่าวในภูมิภาคระบุ
สำนักข่าว CNN และ NBC News รายงานเช่นกันว่า การเจรจาอาจมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้
การเจรจาระหว่างผู้แทนของสหรัฐและอิหร่านในกรุงอิสลามาบัดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ้นสุดลงโดยไม่มีการทำข้อตกลง เนื่องจากประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ และทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของการเจรจา
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
IEA ออกคำเตือนถึงวิกฤตพลังงานที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปี 2569 จะลดลงเฉลี่ย 80,000 บาร์เรล/วัน จากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 730,000 บาร์เรล/วัน ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก
IEA ระบุว่า ความต้องการใช้น้ำมันจะลดลงมากถึง 1.5 ล้านบาร์เรล/วันในไตรมาส 2 ของปีนี้ ซึ่งถือเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเมื่อภาวะขาดแคลนน้ำมันและราคาที่สูงขึ้นยังคงดำเนินต่อไป ปรากฏการณ์ "การทำลายอุปสงค์" (demand destruction) มีแนวโน้มที่จะลุกลามออกไป