Snap จ่อเลย์ออฟพนักงาน 1,000 คน หันพึ่ง AI แทนคน หลังโดนนักลงทุนบีบลดต้นทุน

บริษัทสแนป (Snap) เปิดเผยในวันนี้ (15 เม.ย.) ว่ามีแผนเตรียมเลิกจ้างพนักงานประมาณ 1,000 คน หรือคิดเป็น 16% ของพนักงานประจำทั้งหมด เพื่อลดต้นทุนและนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยขนาดทีมที่เล็กลง

การลดพนักงานครั้งนี้ยังรวมถึงการยกเลิกตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครอยู่อีกกว่า 300 ตำแหน่ง โดยเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจาก ไอเรนิก แคปิตอล แมเนจเมนต์ (Irenic Capital Management) ซึ่งเป็นนักลงทุนเชิงรุก (Activist Investor) ที่มีสัดส่วนผลประโยชน์ทางการเงินในสแนปราว 2.5% ออกมาเร่งรัดให้บริษัทแม่ของสแนปแชต (Snapchat) แห่งนี้ปรับโครงสร้างธุรกิจและเค้นผลกำไรให้ดีขึ้น

สแนประบุว่า ความก้าวหน้าด้าน AI ช่วยให้บริษัทปรับกระบวนการทำงานให้คล่องตัว ลดความซ้ำซ้อน และขับเคลื่อนองค์กรด้วยทีมงานที่กะทัดรัดขึ้นได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในวงกว้าง ข่าวดังกล่าวหนุนให้ราคาหุ้นสแนปพุ่งขึ้นกว่า 10% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด หลังจากที่ราคาหุ้นร่วงลงไปแล้วราว 31% ตั้งแต่ต้นปี

ทั้งนี้ สแนปเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายล่าสุดที่ประกาศลดพนักงาน โดยข้อมูล ณ เดือนธ.ค. ระบุว่าบริษัทมีพนักงานประจำอยู่ประมาณ 5,261 คน

อีแวน สปีเกิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสแนป ระบุในจดหมายที่ส่งถึงพนักงานว่า การเลิกจ้างครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทหั่นค่าใช้จ่ายรายปีลงได้กว่า 500 ล้านดอลลาร์ภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ พร้อมสั่งให้ทีมงานในอเมริกาเหนือทำงานจากที่บ้าน (Work from home) ในวันนี้

บริษัทย้ำว่ากำลังหาทางลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าตอบแทนที่จ่ายเป็นหุ้น (Stock-based compensation) ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้สอดรับกับแผนลดต้นทุนชุดใหญ่

นอกจากนี้ สแนปคาดการณ์ว่ารายได้ไตรมาสแรกจะเติบโตราว 12% แตะที่ระดับ 1.53 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์จากข้อมูลของ LSEG ขณะเดียวกันยังประเมินว่ากำไรหลักที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted core profit) ในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. จะอยู่ที่ประมาณ 233 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดวอลล์สตรีทคาดไว้ที่ 186.8 ล้านดอลลาร์

เอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า สแนปคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายจากการเลิกจ้างประมาณ 95-130 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าชดเชยและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะบันทึกค่าใช้จ่ายเหล่านี้ในงบการเงินไตรมาสสองเป็นหลัก

ที่ผ่านมา สแนปทุ่มเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากให้แก่ สเปกส์ (Specs) ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ดำเนินงานเป็นเอกเทศ เพื่อพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะเทคโนโลยี AR และกำลังเตรียมเปิดตัวสินค้าสำหรับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปภายในปีนี้ แม้ว่าจะมีเมตา (Meta) คู่แข่งรายใหญ่ครองความเป็นผู้นำในตลาดนี้อยู่แล้วก็ตาม

ทางด้านไอเรนิก แคปิตอล แมเนจเมนต์ ได้กดดันให้สแนปแยกกิจการ (Spin off) หรือปิดบริษัทสเปกส์ไปเสีย โดยชี้ว่าธุรกิจนี้ดูดเม็ดเงินลงทุนไปแล้วกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ และยังผลาญเงินสดอีกราว 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี นอกจากนี้ยังแนะให้บริษัทเดินหน้าหั่นต้นทุนในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงมาตรการปลดพนักงานด้วย