ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียปิดพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนในวันนี้ (15 เม.ย.) สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นเอเชียอื่น ๆ ขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับมาเจรจากันอีกครั้ง
ทั้งนี้ ดัชนี Sensex ปิดตลาดที่ระดับ 78,111.24 จุด เพิ่มขึ้น 1,263.67 จุด หรือ +1.64% ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 2569
หุ้นทั้ง 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่หุ้นขนาดเล็กและหุ้นขนาดกลางปรับตัวขึ้น 2.4% และ 2.2% ตามลำดับ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านอาจเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งที่ประเทศปากีสถานในช่วง 1-2 วันนี้ ปัจจัยดังกล่าวฉุดราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงสู่ระดับ 96 ดอลลาร์สหรัฐ และช่วยจุดประกายความหวังว่าสถานการณ์สงครามจะลดความตึงเครียดลง
นักวิเคราะห์ของ Templeton Global Investments ประเมินว่า หากความขัดแย้งทุเลาลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทิศทางเงินทุนต่างชาติน่าจะฟื้นตัวในแดนบวก และภายใน 3-6 เดือนข้างหน้า อินเดียน่าจะเห็นเม็ดเงินลงทุนค่อย ๆ ไหลกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นับตั้งแต่ต้นปี 2569 นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นอินเดียไปแล้วกว่า 1.92 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมาซึ่งมีเงินทุนไหลออกทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามในอิหร่าน
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่าเม็ดเงินที่จะไหลกลับเข้ามาน่าจะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าจะทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากราคาน้ำมันที่ยังยืนสถิติในระดับสูงและส่วนชดเชยความเสี่ยง (Risk Premium) ในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น ทำให้นักลงทุนต้องการความมั่นใจในเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาคก่อนตัดสินใจจัดสรรเงินลงทุน
สำหรับความเคลื่อนไหวรายหลักทรัพย์ หุ้นกลุ่มการเงินขนาดใหญ่ซึ่งมีน้ำหนักในตลาดสูงปรับตัวขึ้น 1.5% นำโดยหุ้นธนาคารเอกชนเบอร์หนึ่งของอินเดียอย่าง HDFC Bank ที่พุ่งขึ้น 1.9% ด้านหุ้นกลุ่มไอทีบวก 2.8% ส่วน Reliance กลุ่มบริษัทพลังงานและโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ ขยับขึ้น 2.2%
นอกจากนี้ หุ้นสายการบินรายใหญ่ที่สุดของอินเดียอย่าง IndiGo ทะยานขึ้น 4.8% ขณะที่ Larsen & Toubro บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้หลักจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ปรับตัวขึ้น 3.1% ส่วนหุ้น ฮินดาลโค Hindalco และ Nalco บวก 3.4% และ 1.4% ตามลำดับ รับอานิสงส์จากมุมมองเชิงบวกของนักวิเคราะห์ต่อราคาอะลูมิเนียมที่ปรับตัวสูงขึ้น
ในทางกลับกัน หุ้นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม Indus Towers ร่วงลงสวนทางตลาด 4.2% หลังจากบริษัทหลักทรัพย์ Jefferies หั่นระดับคำแนะนำการลงทุนจาก "ซื้อ" เป็น "ทำผลงานต่ำกว่าตลาด" (Underperform) โดยระบุถึงความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการต่ออายุสัญญาเช่าสถานีฐานและงบลงทุน (Capex) ที่พุ่งสูงขึ้น