ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่จะปลด เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟด หากพาวเวลไม่ยอมสละเก้าอี้ดังกล่าวพร้อมกับวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พ.ค. นี้ นับเป็นการยกระดับความขัดแย้ง และส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนผ่านอำนาจภายในเฟดที่ปกติมักดำเนินไปอย่างราบรื่น
ในการให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์บิสซิเนส (Fox Business) ผู้นำสหรัฐฯ ยืนกรานให้เดินหน้าสอบสวนคดีอาญาที่เชื่อมโยงกับพาวเวลต่อไป เพื่อหวังพิสูจน์ให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพของประธานเฟดรายนี้ พร้อมระบุว่า หากพาวเวลไม่ยอมก้าวลงจากตำแหน่งแต่โดยดี ตนก็จำเป็นต้องปลดเขาออก
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่าต้องการเขี่ยพาวเวลให้พ้นทางหรือไม่ ปธน.ทรัมป์ตอบว่า "ถ้าเขาไม่ยอมออกตามกำหนดเวลา... ที่ผ่านมาผมพยายามยั้งมือไว้ ใจจริงอยากไล่ออกจะแย่ แต่ผมไม่อยากสร้างประเด็นวุ่นวาย คุณก็รู้ ผมอยากอยู่แบบไม่มีข้อกังขา แต่สุดท้ายเขาต้องโดนไล่ออก"
ท่าทีดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่า ทำเนียบขาวจะไม่สั่งให้ ฌานีน ปิร์โร อัยการสหรัฐฯ ประจำดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย ยุติการสอบสวนโครงการก่อสร้างอาคารของเฟด ซึ่งรัฐบาลเคยวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณบานปลาย
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันและกระบวนการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วุฒิสภาชะลอการพิจารณารับรอง เควิน วอร์ช บุคคลที่ปธน.ทรัมป์เสนอชื่อให้สืบทอดตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่
ทั้งนี้ หากปธน.ทรัมป์สามารถกุมเสียงในคณะผู้ว่าการเฟดได้มากขึ้น วอร์ชก็จะมีอิสระในการกำหนดนโยบายการเงินรวมถึงผลักดันความเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ภายในธนาคารกลางได้ตามที่รัฐบาลต้องการ ปัจจุบันมีผู้ว่าการเฟดเพียง 3 คนที่ได้รับการแต่งตั้งจากปธน.ทรัมป์ โดยหนึ่งในนั้นคือ สตีเฟน มิแรน ซึ่งหมดวาระไปแล้วและต้องสละเก้าอี้เพื่อเปิดทางให้วอร์ชเข้ามาแทนที่
แม้ผู้นำสหรัฐฯ และปิร์โรจะยืนยันว่าต้องเดินหน้าสอบสวนโครงการก่อสร้างดังกล่าวต่อไป แต่ ทอม ทิลลิส วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันและสมาชิกคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา มองว่าการสอบสวนนี้เป็นเพียงข้ออ้างเลื่อนลอยเพื่อโจมตีความเป็นอิสระของเฟด พร้อมประกาศจะขวางการรับรองวอร์ชจนกว่ากระบวนการสอบสวนจะยุติลง
วอร์ชมีกำหนดเข้าพบคณะกรรมาธิการฯ เพื่อรับการไต่สวนในวันที่ 21 เม.ย. โดยปธน.ทรัมป์เชื่อมั่นว่า วอร์ชจะยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ตนต้องการ ซึ่งสวนทางกับจุดยืนของพาวเวลและเจ้าหน้าที่เฟดระดับสูงรายอื่น ที่ประเมินว่าการลดดอกเบี้ยในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องเหมาะสม เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายระดับ 2%
ก่อนหน้านี้ พาวเวลเคยแถลงข่าวหลังจบการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 17-18 มี.ค. ว่า ตนไม่มีเจตนาจะลาออกจากคณะผู้ว่าการเฟดจนกว่าการสอบสวนจะยุติลงอย่างโปร่งใสและได้ข้อสรุปที่ชัดเจน และอาจตัดสินใจอยู่ต่อหลังจากนั้น หากพิจารณาแล้วว่าเป็นผลดีที่สุดต่อองค์กรและประชาชนที่เฟดรับใช้