ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (21 เม.ย.) สัญญาข้าวโพดและถั่วเหลืองปิดบวก โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทางเทคนิคและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงพยากรณ์อากาศที่ระบุว่าจะมีฝนตกในพื้นที่แถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคทำให้การเพาะปลูกล่าช้าลง หลังจากช่วงก่อนหน้ามีความคืบหน้าเร็วกว่าปกติเล็กน้อย ขณะที่สัญญาข้าวสาลีปิดบวกเช่นกัน
ทั้งนี้ สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.75 เซนต์ หรือ +0.38% ปิดที่ 4.6200 ดอลลาร์/บุชเชล, สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 6.75 เซนต์ หรือ +1.11% ปิดที่ 6.1275 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 8.50 เซนต์ หรือ +0.72% ปิดที่ 11.9025 ดอลลาร์/บุชเชล
ด้านสัญญาข้าวสาลีปรับตัวสูงขึ้น หลังจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) รายงานสภาพผลผลิตรายสัปดาห์ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ท่ามกลางภาวะภัยแล้งรุนแรงในบางพื้นที่ของแหล่งปลูกข้าวสาลีบริเวณที่ราบเกรตเพลนส์ โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (20 เม.ย.) USDA ประเมินว่าข้าวสาลีฤดูหนาวที่อยู่ในเกณฑ์ "ดีถึงดีเยี่ยม" มีเพียง 30% ลดลงจาก 34% ในสัปดาห์ก่อนหน้า และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้
นอกจากนี้ ตลาดธัญพืชยังได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่าจะไม่ต่ออายุข้อตกลงหยุดยิงในสงครามอิหร่าน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันมีอิทธิพลต่อทิศทางราคาธัญพืช เนื่องจากข้าวโพดและถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ขณะเดียวกัน การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลให้การขนส่งปุ๋ยหยุดชะงัก ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนการเกษตรและปริมาณผลผลิตอีกด้วย
ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างจับตาการหารือระหว่างปธน.ทรัมป์ กับปธน.สี จิ้นผิง ของจีน ในช่วงกลางเดือนพ.ค. ท่ามกลางความหวังว่าจีนจะทำข้อตกลงสั่งซื้อถั่วเหลืองและสินค้าเกษตรอื่น ๆ จากสหรัฐฯ เพิ่มเติม