โพลเฟดชี้ชาวมะกันกังวลปัญหาการจ้างงาน-ค่าครองชีพพุ่งต่อเนื่อง

ผลสำรวจประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระบุว่า ชาวสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลต่อปัญหาสินค้าราคาแพงในปี 2568 ขณะที่สัดส่วนผู้ที่มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น

รายงานการสำรวจเศรษฐกิจและการตัดสินใจภาคครัวเรือนประจำปี 2568 (2025 Survey of Household Economics and Decisionmaking) ของเฟดพบว่า ประชากรวัยผู้ใหญ่ 42% ระบุว่า การหางานหรือการรักษาตำแหน่งงานเป็นปัญหาที่น่ากังวลไม่ว่าจะในระดับน้อยหรือมาก เพิ่มขึ้นจาก 37% ในปี 2567 ท่ามกลางภาวะการจ้างงานที่แทบไม่ขยับขึ้นเลยเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามราว 9 ใน 10 ยังแสดงความกังวลต่อการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าด้วย

ทั้งนี้ การสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นในเดือนต.ค. 2568 ซึ่งเป็นเวลาหลายเดือนก่อนที่สงครามในอิหร่านจะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งทะยานรวดเร็วที่สุดในรอบหลายปี

ความไม่พอใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อปัญหาสินค้าราคาแพงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หวนคืนสู่ทำเนียบขาวอีกครั้ง และปัญหาดังกล่าวน่าจะมีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในปีนี้ โดยรายงานฉบับนี้เน้นย้ำว่า มุมมองของชาวสหรัฐฯ ต่อปัญหาเศรษฐกิจแทบจะไม่ดีขึ้นเลยในช่วงปีแรกของการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์

รายงานยังระบุอีกว่า กลุ่มผู้ใหญ่ 73% กล่าวว่า ตนเองมี "สถานะทางการเงินที่ดี" หรือ "ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย" ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเทียบเท่ากับผลสำรวจในปี 2567 อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มผู้ที่ไม่มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลาย, ชาวอเมริกันผิวดำ, ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี และผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 25,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างสุดขั้วของผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ โดยกลุ่มผู้มีรายได้สูงซึ่งได้รับอานิสงส์จากผลกำไรที่แข็งแกร่งในตลาดหุ้นยังคงมีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยเริ่มมีข้อจำกัดทางการเงินเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ การสำรวจดังกล่าวยังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นครั้งแรก และพบว่า 1 ใน 4 ของคนทำงานระบุว่า มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์รู้สร้าง (Generative AI) เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานในช่วงเดือนที่ผ่านมา และ 81% ของผู้ใช้งานกล่าวว่า เทคโนโลยีนี้ช่วยประหยัดเวลาได้จริง

ทั้งนี้ ผู้ใช้งาน AI ส่วนใหญ่คาดหวังว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าในอาชีพการงานมากกว่าที่จะเข้ามาแย่งงานของตนเอง