💥*สรุปสาระสำคัญจากการประชุมซัมมิต "ทรัมป์-สี จิ้นผิง" ที่กรุงปักกิ่งวันนี้

สำนักข่าว CNBC สรุปสาระสำคัญ 5 ประการจากการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่กรุงปักกิ่งในวันนี้ (14 พ.ค.)

ทั้งนี้ สหรัฐและจีนเข้าร่วมการประชุมด้วยท่าทีที่เป็นมิตร และตกลงที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่มีการร่วมมือกันมากขึ้น หลังเผชิญความขัดแย้งนานหลายปีในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิมนุษยชน เทคโนโลยี และการค้า

ต่อไปนี้คือ 5 ประเด็นสำคัญจากการประชุมสุดยอดในวันนี้ โดยอ้างอิงจากแถลงการณ์ของรัฐบาลจีนและทำเนียบขาว


1) การวางตำแหน่งใหม่


แถลงการณ์ของทางการจีนระบุว่า ปธน.สี และปธน.ทรัมป์ เห็นพ้องที่จะพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐในเชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ โดยปธน.สี กล่าวว่า จีนจะยึดถือสิ่งนี้เป็นกรอบแนวทางสำหรับ 3 ปีข้างหน้าและต่อไป

นอกจากนี้ ปธน.สี ระบุว่า การกำหนดตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะถูกขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือ และการแข่งขันอย่างมีการยับยั้งชั่งใจ พร้อมกับความแตกต่างที่สามารถบริหารจัดการได้ และย้ำว่ากรอบดังกล่าวจะต้องถูกนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

นายเทียนเฉิน สวี่ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Economist Intelligence Unit กล่าวว่า "นี่เป็นการบ่งชี้ของช่วงเวลาแห่งการมีเสถียรภาพที่มีการบริหารจัดการ ซึ่งจะคงอยู่ระยะหนึ่ง แม้ความขัดแย้งยังคงอยู่ "แต่จะมีราวกั้น และสถานการณ์จะไม่หลุดจากการควบคุมของทั้งสองฝ่ายเหมือนที่เคยเกือบเกิดขึ้นในปีที่แล้ว"


2) การประชุมก่อนซัมมิต: "สมดุลและเป็นบวก"


ปธน.สี กล่าวว่า ผู้แทนการค้าของทั้งสองฝ่ายบรรลุผลลัพธ์โดยรวมที่สมดุลและเป็นบวกในการประชุมเตรียมการที่เกาหลีใต้เมื่อวันพุธ โดยคณะผู้แทนดังกล่าวนำโดยนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และนายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน

ปธน.สี กล่าวว่า "ทั้งสองฝ่ายควรทำงานร่วมกันเพื่อรักษาแรงผลักดันในเชิงบวกที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้ไว้" พร้อมกล่าวว่า จีนยินดีต้อนรับการมีส่วนร่วมทางธุรกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นจากสหรัฐ และ "ประตูของจีนจะมีแต่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น"

ปธน.สี กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าว ขณะที่ผู้นำภาคธุรกิจสหรัฐมากกว่า 10 รายร่วมคณะเดินทางมากับปธน.ทรัมป์ ซึ่งรวมทั้งนายอีลอน มัสก์ จากบริษัทเทสลา อิงค์ และนายเจนเซน หวง จาก Nvidia


3) การกระชับความร่วมมือ


ปธน.สี กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายควรใช้ประโยชน์จากช่องทางการสื่อสารทางการทูตและทางทหารให้ดียิ่งขึ้น พร้อมเรียกร้องให้กระชับความร่วมมือในประเด็นเศรษฐกิจ การค้า การเกษตร และการท่องเที่ยว

ทำเนียบขาวระบุว่า ปธน.ทรัมป์ และปธน.สี รวมทั้งคณะทำงานของทั้งสองฝ่าย ได้หารือกันถึงแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการขยายการเข้าถึงตลาดของภาคธุรกิจสหรัฐในจีน และการเพิ่มการลงทุนของจีนในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ

ปธน.ทรัมป์ยังเรียกร้องให้จีนเดินหน้าความพยายามสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าเฟนทานิลสู่สหรัฐ และเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐ


4) ช่องแคบฮอร์มุซ และการซื้อน้ำมัน


แถลงการณ์ของจีนระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง วิกฤตยูเครน และคาบสมุทรเกาหลี โดยไม่ได้ระบุรายละเอียด

ส่วนทำเนียบขาวระบุว่า ปธน.ทรัมป์ และปธน.สี เห็นพ้องว่าจะต้องมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อฟื้นฟูการขนส่งพลังงานผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยปธน.สี คัดค้านต่อการทำให้เส้นทางพลังงานแห่งนี้เป็นเครื่องมือทางทหาร และคัดค้านความพยายามใด ๆ ที่จะเรียกเก็บค่าผ่านทางดังกล่าว

นอกจากนี้ จีนยังแสดงความสนใจที่จะซื้อน้ำมันเพิ่มขึ้นจากสหรัฐเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า อิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์


5) ไต้หวัน: "ประเด็นสำคัญที่สุด"


ปธน.สี ใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวที่สุดสำหรับประเด็นไต้หวัน โดยเรียกว่าเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐ

ปธน.สี กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวมีเดิมพันสูงมาก "หากจัดการได้ดี ความสัมพันธ์จะดำรงอยู่ได้ แต่หากจัดการผิดพลาด ทั้งสองประเทศเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะหรือความขัดแย้ง"