ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงในวันศุกร์ (15 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนประเมินความเป็นไปได้ที่ แอนดี เบิร์นแฮม นายกเทศมนตรีเมืองเกรตเตอร์แมนเชสเตอร์ อาจท้าชิงตำแหน่งผู้นำจากนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ อีกทั้งยังกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,195.37 จุด ลดลง 177.53 จุด หรือ -1.71% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันมากที่สุดในรอบกว่า 8 สัปดาห์
เบิร์นแฮมกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาจะลงชิงที่นั่งในสภาที่กำลังจะว่างลง หลัง สส. รายหนึ่งตัดสินใจลาออก ซึ่งอาจปูทางให้เขาท้าชิงตำแหน่งผู้นำจากสตาร์เมอร์ ที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากพรรคแรงงาน หลังทำผลงานย่ำแย่ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักลงทุนกังวลว่าแนวคิด "สังคมนิยมที่เป็นมิตรต่อภาคธุรกิจ" ของเบิร์นแฮม อาจนำไปสู่การใช้จ่ายภาครัฐและการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะยิ่งสร้างแรงกดดันต่อฐานะการคลังของสหราชอาณาจักรที่ตึงตัวอยู่แล้ว
นีล วิลสัน นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Saxo UK กล่าวว่า ตลาดจะไม่ชอบแนวคิดที่พรรคแรงงานอาจเลือกผู้นำสายเอียงซ้าย ซึ่งมีมุมมองด้านการคลังและต่อตลาดพันธบัตรเป็นที่รับรู้อยู่แล้ว
ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวของอังกฤษพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 28 ปีเมื่อวันศุกร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลง 0.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน ตลาดโลกยังถูกกดดันจากความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในอิหร่านอาจยกระดับ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า เขาเริ่มหมดความอดทนต่อเตหะราน
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ในวันเดียว ขณะที่สหราชอาณาจักรซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมัน มีความเสี่ยงเผชิญเงินเฟ้อสูงขึ้น หากปัญหาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังยืดเยื้อและราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง
ส่วนการพบปะกันระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ก็ไม่ได้สร้างความคืบหน้าสำคัญในการยุติสงคราม
ในรายกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าร่วงลง 7.7% หลังราคาทองคำและโลหะเงินดิ่งลงแรง ขณะที่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค ซึ่งมักถูกมองเป็นสินทรัพย์ใกล้เคียงพันธบัตร ร่วงลง 7.5%
ส่วนหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Hiscox พุ่งขึ้น 12.3% หลังมีรายงานข่าวว่า Intact Financial Corp ของแคนาดา กำลังพิจารณาเข้าซื้อกิจการบริษัทประกันภัยสัญชาติอังกฤษรายนี้