ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งค่ารับเงินเฟ้อพุ่งจากสงครามอิหร่าน-เก็งเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (15 พ.ค.) โดยแข็งค่าขึ้นเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน และทำสถิติปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 2 เดือน หลังตลาดคาดการณ์มากขึ้นว่า เส้นทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจโน้มเอียงไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.47% แตะที่ระดับ 99.278

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 158.68 เยนในวันศุกร์ จาก 158.19 เยนในวันพฤหัสบดี นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7865 ฟรังก์สวิส จาก 0.7834 ฟรังก์สวิส และแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3739 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.3724 ดอลลาร์แคนาดา

ส่วนยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.163 ดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ จาก 1.1677 ดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3332 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.3405 ดอลลาร์สหรัฐ

การแข็งค่าของดอลลาร์เกิดขึ้นพร้อมกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี แตะระดับ 4.599% ซึ่งสูงสุดในรอบ 1 ปี หลังข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการที่เปิดเผยในสัปดาห์นี้บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคากำลังเพิ่มขึ้น ขณะที่การขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงติดขัดจากสงครามอิหร่าน

การแข็งค่าต่อเนื่อง 5 วันของดอลลาร์ถือว่ายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมี.ค. โดยดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นราว 1.5% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าประมาณ 1.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 2 เดือน

เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายระบุในสัปดาห์นี้ว่า การควบคุมแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงเป็นภารกิจสำคัญ ขณะที่บางรายไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นดอกเบี้ย หากแรงกดดันด้านราคายังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขายังไม่เห็นความจำเป็นที่เฟดจะต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงนโยบายดอกเบี้ยในขณะนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยมองว่านโยบายการเงินปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว

เอริก เนลสัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดเงิน G10 ของ Wells Fargo คาดว่า การแข็งค่าของดอลลาร์ในระยะนี้จะเริ่มแผ่วลง และกลับไปสู่ภาวะดอลลาร์อ่อนค่า เนื่องจากเฟดอาจไม่สนับสนุนการคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ย โดยการคงดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมก็ถือเป็นการใช้นโยบายการเงินแบบคุมเข้มสำหรับเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด

ล่าสุด ตลาดให้น้ำหนัก 49.5% ที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. ปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 14.3% เมื่อสัปดาห์ก่อน ตามข้อมูลจาก CME FedWatch

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ล่าสุดเพิ่มขึ้น 0.136 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 4.595% ซึ่งมีแนวโน้มเป็นการปรับขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2568 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้น 0.114 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 5.1272% หลังแตะระดับ 5.131% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ 22 พ.ค.

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยน หลังข้อมูลในวันศุกร์แสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อภาคค้าส่งของญี่ปุ่นเร่งตัวเร็วที่สุดในรอบ 3 ปีในเดือนเม.ย. จากผลกระทบของสงครามอิหร่านที่ทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าเคมีปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งยิ่งสนับสนุนแนวโน้มที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนมิ.ย.

เงินเยนอ่อนค่ามากกว่า 1% ในรอบสัปดาห์นี้ และกลับเข้าใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่เคยกระตุ้นให้ทางการญี่ปุ่นเข้ามาแทรกแซงค่าเงินก่อนหน้านี้

เงินปอนด์อ่อนค่าลง หลังแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ที่ 1.3313 ดอลลาร์ ท่ามกลางความปั่นป่วนทางการเมืองที่นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังเผชิญในการรักษาอำนาจทางการเมือง โดยเงินปอนด์อ่อนค่าลงมากกว่า 2% ในสัปดาห์นี้ และมีแนวโน้มเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2567