นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดแกว่ง Sideway ในกรอบบรรยากาศการลงทุนต่างประเทศยังถูกดดันจากเงินเฟ้อและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปีทรงตัวอยู่ในระดับสูงบริเวณ 4.6% จำกัดอัพไซด์สินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงขายอ่อนๆ ในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ก่อนหน้านี้ขึ้นมาแรง
ด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มมีทิศทางย่อตัวลงมาหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เลื่อนแผนการโจมตีอิหร่านออกไป ส่งผลให้บรรยากาศความตึงเครียดผ่อนคลายลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่มีความแน่นอนชัดเจน ทำให้นักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่ยังคงเลือกชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ต่อไป
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ การเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 1/69 ของไทยที่ประกาศออกมาล่าสุดแม้จะดีกว่าที่คาดไว้ แต่ไม่ได้ช่วยหนุนตลาดมากนัก เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าอาจเป็นจุดสูงสุดของปีนี้แล้ว และคาดว่าในไตรมาสถัดๆ ไปตัวเลขการเติบโตจะเริ่มอ่อนตัวลง
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้คือ การนำมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีการเคาะรายละเอียดมาตรการออกมาอย่างไร
ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัย พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ตลาดไม่ได้มีปฏิกิริยาในเชิงลบ หรือมีความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากศาลไม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือสั่งให้ระงับการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้รัฐบาลยังคงสามารถเดินหน้าเตรียมพร้อมตามไทม์ไลน์เดิมที่จะเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจได้ควบคู่ไปกับการทำคำชี้แจงภายใน 7 วัน โดยประเมินว่ามาตรการนี้จะสามารถผ่านไปได้และช่วยประคองเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี
กลยุทธ์การลงทุน เน้นเลือกหุ้นรายตัวที่มีแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2 โดดเด่น และภาพรวมครึ่งปีหลังยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบต่ำหากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยืดเยื้อ
โดยประเมินกรอบแนวรับ 1,510 จุด และแนวต้าน 1,525 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (18 พ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,686.12 จุด เพิ่มขึ้น 159.95 จุด หรือ +0.32%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,403.05 จุด ลดลง 5.45 จุด หรือ -0.07% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,090.73 จุด ลดลง 134.41 จุด หรือ -0.51%
- ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 61,202.84 จุด เพิ่มขึ้น 386.89 จุด หรือ +0.64% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,693.37 จุด เพิ่มขึ้น 18.19 จุด หรือ +0.07% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ระดับ 4,122.96 จุด ลดลง 8.57 จุด หรือ -0.21%
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (18 พ.ค.) 1,517.74 จุด ลดลง 0.21 จุด (-0.01) มูลค่าซื้อขาย 56,223.58 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (18 พ.ค.) 1,166.18 ล้านบาท
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มิ.ย. (18 พ.ค.) เพิ่มขึ้น 3.24 ดอลลาร์ หรือ 3.07% ปิดที่ 108.66 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (18 พ.ค.) อยู่ที่ 21.98 ดอลลาร์/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 32.53 ระยะสั้นเสี่ยง Two-way risk คาดกรอบวันนี้ 32.45-32.70
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านในวันนี้ (19 พ.ค.) หลังจากผู้นำของ 3 ประเทศมหาอำนาจในตะวันออกกลางได้ขอให้เขาระงับแผนการดังกล่าวไว้ก่อน
- "สภาพัฒน์" เผยจีดีพีไตรมาสแรก ปีนี้ 2.8% เร่งขึ้นจากไตรมาส 4 รับอานิสงส์ ส่งออกโต 12.6% ลงทุนบวก 9.9% สูงสุด 44 ไตรมาส คงเป้าจีดีพีทั้งปี 2% จับตาดุลการค้าขาดดุลครั้งแรก รอบ 14 ไตรมาส "คลัง" ห่วงเศรษฐกิจยังเจอท้าทาย เตรียมรับวิกฤติอีกหลายระลอก ผู้ผลิตแบกต้นทุน ทุ่ม 2 แสนล้าน "ไทยช่วยไทยพลัส"
- 'บีโอไอ' ไฟเขียว 3 โครงการใหญ่ "คอมเปค-มัลติฟายน์ไลน์-โกลด์ เซอร์คิท" ผู้ผลิต PCB จากจีนและไต้หวัน ขยายลงทุนต่อเนื่องเฟสสองอีกกว่า 22,000 ล้านบาท รองรับการเติบโตของ AI-Data Center พร้อมยกระดับไทยสู่ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
- "เอกนัฏ" เปิดแผนปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ดันสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ ดึงอาเซียนและตะวันออกกลางร่วมลงทุน กำหนดเงื่อนไข Data Center ต้องแบกรับภาระค่าไฟและลงทุนสมาร์ตกริด สนพ.เร่งปิดจ๊อบร่างแผน PDP 2026 ปรับประมาณการใช้ไฟใหม่ "หอการค้า" เตือนวิกฤติพลังงานลากยาว 2 ปี "พรายพล" ชี้พึ่งพาฟอสซิลมีความเสี่ยง
- "บอนด์ยีลด์ไทย" 10 ปี พุ่งแตะ 2.40% "กรุงไทย" ชี้ กดดันหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มเทคฯ-เติบโต สวนทาง ฝั่ง "ประกัน-ต่างชาติ" เริ่มตั้งรับทยอยสะสมบอนด์ระยะยาว กระทบ "เงินบาทจำกัด" หลัง "ต่างชาติ" ขายล่วงหน้าไปกว่า 2.3 หมื่นล้าน จนใกล้สะเด็ดน้ำ
- ศาล รธน. รับวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ สั่ง ครม.จัดทำคำชี้แจงภายใน 7 วัน เตรียมถกคณะใหญ่ อีกครั้ง 4 มิ.ย.นี้ "ภราดร" ยันเดินหน้ากู้เงินได้ ชี้ศาลไม่ได้ให้ชะลอหรือหยุด บอกไม่กระทบลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย ด้าน "ปกรณ์" ยืนยัน โครงการไทยช่วยไทยพลัส ยังเดินหน้าต่อ มั่นใจ คำชี้แจง รบ. ยึดความจริงตามรัฐธรรมนูญ-ความมั่นคงทาง ศก. ย้อนฝ่ายค้าน เงินกู้มีก้อนเดียว แยกไม่ได้
- กกพ.หนุนรัฐบาลรื้อสัญญาไฟฟ้า ปรับปรุงราคารับ ซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าในกลุ่ม Adder และ FiT จากที่ประชาชน ต้องแบกรับประมาณหน่วยละ 13-17 สตางค์ ดันราคาลดค่าไฟอย่างเป็นธรรม ลดภาระผู้ใช้
- ตำรวจ-DSI-พลังงาน ตั้งโต๊ะแถลงผลตรวจสอบขบวนการกักตุนน้ำมัน พบผู้ค้าน้ำมันบางรายประวิงเวลาจำหน่าย หวังเก็งกำไรช่วงวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง เตรียมดำเนินคดีกลุ่มคลังน้ำมัน-เรือขนส่งรวมหลายร้อยรายการ พร้อมขยายผลเส้นทางการเงินและผู้บงการตัวจริง ปัดนักการเมืองมีเอี่ยว
- CPALL (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 63 บาท กำไรไตรมาส 1/69 ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด โมเมมตัมกำไรไตรมาส 2/69 เบื้องต้นคาดชะลอเล็กน้อย q-q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังเติบโต y-y ได้ต่อเนื่อง ล่าสุด SSSG 2QTD ยังเป็นบวกเล็กน้อยราว 1-2% ขณะที่ Margin คาดยังสูงต่อเนื่อง เราคาดกำไรปกติปี 69 ที่ 3.1 หมื่นลบ. +11%y-y ประเด็นเงินเฟ้อคาดกระทบจำกัด และมีความสามารถในการส่งผ่านไปยังราคาขายได้ Valuation ยังน่าสนใจมาก เทรด PER 13.7 เท่าและคาดให้ Dividend Yield เกือบ 4% ต่อปี
- KBANK (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 232 บาท 1)จิตวิทยาบวก Bond Yield โลกยืนสูง 2) GDP ไทยปี 69 เข้าสู่รอบ Upgrade หลังตลาดรวมผลกระทบน้ำมันแล้ว ขณะที่ทยอยมี Upside การลงทุนมาตรการกระตุ้นรัฐฯ และส่งออก 3)คาดธนาคารสามารถรักษา Div Yield > ปีละ 7%
- ICHI (กสิกรไทย) "ซื้อ" ราคาเป้าหมายที่ 14.70 บาท คาดว่ากำไรต่ำสุดในช่วงครึ่งหลังของปี 69 จากแรงกดดันต้นทุน PET ก่อนฟื้นตัว 11%/13% ในปี 70/71 อัตราตอบแทนเงินปันผลระดับสูงที่ 7-8% เชื่อว่าสามารถรักษาไว้ได้ หนุนจากความต้องการ CAPEX อยู่ในระดับต่ำและค่าเสื่อมราคาทยอยลดลง แม้ภายใต้กรณีเลวร้ายที่สุดของเรา ICHI ยังให้อัตราตอบแทนเงินปันผล 5-6% โดย FCF/หุ้น ครอบคลุม DPS ที่ 1.6 เท่า หนุนมุมองการลงทุนแบบ paid to wait