แหล่งข่าวของอิหร่าน 2 รายเปิดเผยว่า โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกคำสั่งว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน จะต้องไม่ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐในการทำข้อตกลงสันติภาพ
แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า "คำสั่งของผู้นำสูงสุด และฉันทามติภายในฝ่ายปกครอง คือคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะจะต้องไม่ออกนอกประเทศ"
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเชื่อว่า การส่งวัสดุดังกล่าวออกไปต่างประเทศ จะทำให้อิหร่านมีความเปราะบางต่อการโจมตีในอนาคตจากสหรัฐและอิสราเอล
พวกเขายังกล่าวด้วยว่า ภายในอิหร่านมีความกังวลว่า การหยุดยิงในขณะนี้อาจเป็นกลลวงทางยุทธวิธีของสหรัฐ เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย ก่อนกลับมาโจมตีอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวกล่าวว่า ยังมีแนวทางที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหาเรื่องยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน เช่น การลดความเข้มข้นของยูเรเนียมภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
ทั้งนี้ ตามการประเมินของ IAEA พบว่า อิหร่านมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับ 60% มากกว่า 440 กิโลกรัม โดยมีรายงานว่า ยูเรเนียมดังกล่าวถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านที่ถูกสหรัฐและอิสราเอลโจมตีระหว่างสงคราม 12 วันในเดือนมิ.ย.2568
คำสั่งของคาเมเนอีดังกล่าวอาจสร้างความไม่พอใจต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อยุติสงครามกับสหรัฐ
ทางด้านเจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ปธน.ทรัมป์ได้รับรองกับอิสราเอลว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ จะต้องถูกนำออกจากอิหร่าน และข้อตกลงสันติภาพใด ๆ จะต้องมีเงื่อนไขในเรื่องนี้รวมอยู่ด้วย
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า เขาจะยังไม่ถือว่าสงครามสิ้นสุดลง จนกว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะจะถูกนำออกจากอิหร่าน รวมทั้งอิหร่านจะต้องยุติการสนับสนุนกองกำลังที่เป็นพันธมิตรในภูมิภาค และจะต้องมีการกำจัดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน