สำนักข่าวอัล อาราบิยา รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ร่างข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะประกอบด้วย 9 ข้อ ได้แก่:-
1) การหยุดยิงโดยทันทีอย่างครอบคลุมและไม่มีเงื่อนไขในทุกแนวรบ
2) การรับประกันว่าจะไม่มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร พลเรือน หรือเศรษฐกิจ
3) การยุติปฏิบัติการทางทหาร และการทำสงครามสื่อ
4) การเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมทั้งการไม่แทรกแซงกิจการภายใน
5) เสรีภาพในการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวโอมาน
6) การจัดตั้งกลไกติดตามและแก้ไขความขัดแย้งร่วมกัน
7) กำหนดให้มีการเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นที่ยังค้างอยู่ภายใน 7 วัน
8) การทยอยยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐเพื่อแลกกับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของอิหร่าน
9) การยึดมั่นต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ
รายงานระบุว่า ข้อตกลงเบื้องต้นจะมีผลบังคับใช้ทันที หลังทั้งสองฝ่ายประกาศอย่างเป็นทางการ
แหล่งข่าวจากปากีสถานกล่าวว่า การหารือเกี่ยวกับข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นยังคงเต็มไปด้วย "ความหวังอย่างระมัดระวัง"
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า การลดช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องยาก เพราะต่างก็มีข้อเรียกร้องสูง โดยประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านยังคงเป็นจุดขัดแย้งหลัก
ข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นเอกสารเพียงหน้าเดียว และมีแนวโน้มจะใช้ชื่อว่า "ปฏิญญาอิสลามาบัด"
รายงานระบุว่า นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้รับการแต่งตั้งอีกครั้งให้เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายอิหร่าน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่าน อ้างแหล่งข่าวทางการทูตในกรุงอิสลามาบัดว่า จอมพลเซย์เยด อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน กำลังเดินทางไปยังกรุงเตหะรานเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน
นอกจากนี้ มีรายงานว่า คณะผู้แทนเจรจาของกาตาร์ได้เดินทางไปยังอิหร่านในวันนี้เช่นกัน เพื่อพยายามผลักดันข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน