💥*"ทรัมป์" ประกาศหนุน "เควิน วอร์ช" พร้อมชูเป็นหนึ่งในประธานเฟดที่ดีที่สุด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปิดทำเนียบขาวจัดพิธีสาบานตนให้แก่นายเควิน วอร์ช เพื่อดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างเป็นทางการในวันนี้ (22 พ.ค.) เวลา 11.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 22.00 น.ตามเวลาไทย

ในพิธีดังกล่าว ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า 'ผมเชื่อว่าคุณจะได้รับการจดจำว่าเป็นหนึ่งในประธานเฟดที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่มีใครพร้อมที่จะนำพาธนาคารกลางสหรัฐได้ดีไปกว่าเควิน วอร์ช'

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ประกาศให้การสนับสนุนนายวอร์ชอย่างเต็มที่ พร้อมกับให้ความเป็นอิสระแก่เขาในการดำเนินนโยบายการเงิน

'พูดตามตรง ผมหมายความอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ได้พูดในความหมายอื่นใด ผมต้องการให้เควินมีความเป็นอิสระอย่างเต็มที่ ผมต้องการให้เขาเป็นอิสระ และทำหน้าที่อย่างยอดเยี่ยม อย่ามองมาที่ผม อย่ามองไปที่ใครทั้งนั้น' ปธน.ทรัมป์กล่าว

ขณะเดียวกัน ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เฟดได้หลงทางจากบทบาทของตนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

'เฟดถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปสู่ประเด็นที่ห่างไกลจากภารกิจหลักและอำนาจหน้าที่ของตน โดยหันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอย่างนโยบายสภาพภูมิอากาศและโครงการ DEI ขณะที่เฟดสูญเสียความแข็งแกร่งจากพันธกิจของตัวเอง ส่วนรัฐบาลชุดก่อนได้ทำให้การขาดดุลงบประมาณพุ่งสูงขึ้น และชาวอเมริกันต้องเผชิญกับเงินเฟ้อที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา มันเป็นเงินเฟ้อที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เราเคยพบ' ปธน.ทรัมป์กล่าว และแสดงความหวังว่า นายวอร์ชจะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ

'เรื่องนี้สำคัญมาก และอย่างที่เราได้พูดคุยกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้หมายถึงเงินเฟ้อเสมอไป จริง ๆ แล้วมันอาจตรงกันข้ามก็ได้ แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้แปลว่าเงินเฟ้อ คุณไม่จำเป็นต้องหยุดทั้งโลกเพียงเพราะเศรษฐกิจกำลังไปได้ดี' ปธน.ทรัมป์กล่าว และเสริมว่า นายวอร์ชจะนำการปฏิรูปและความทันสมัยที่จำเป็นมาสู่เฟด รวมทั้งปรับปรุงวิธีการเก็บข้อมูล ลดการพึ่งพาแบบจำลองที่ไม่แม่นยำ และจำกัดแนวปฏิบัติของเฟดในการออก "forward guidance" หรือการส่งสัญญาณบ่งชี้นโยบายล่วงหน้า

ทางด้านนายวอร์ชกล่าวว่า 'ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผมและเจน ภรรยาของผม ที่ได้ทำพิธีนี้ที่ห้องอีสต์รูมร่วมกับท่านประธานาธิบดี ผมไม่อาจขอสถานที่ที่สวยงามกว่านี้ หรือการต้อนรับที่อบอุ่นกว่านี้ได้ และผมรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก'

นายวอร์ชกล่าวว่า เขาจะนำพาเฟดไปสู่การปฏิรูป และพันธกิจของเขาคือการส่งเสริมเสถียรภาพด้านราคาและการจ้างงานเต็มศักยภาพ

เขากล่าวว่า 'เงินเฟ้อสามารถลดลงได้ การเติบโตสามารถแข็งแกร่งขึ้น รายได้ที่แท้จริงหลังหักเงินเฟ้อสามารถสูงขึ้น และสหรัฐสามารถมีความมั่งคั่งมากขึ้น และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ สถานะของอเมริกาในเวทีโลกจะมีความมั่นคงมากขึ้น'

'เป้าหมายของผมคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้มีความสามารถที่สุดสามารถสร้างผลงานที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขา และเผชิญทุกความท้าทายด้วยจิตวิญญาณแห่งเป้าหมายร่วมกัน และการอุทิศเพื่อผลประโยชน์ของชาติ กล่าวสั้น ๆ คือ เพื่อความเป็นเลิศ' นายวอร์ชกล่าว

หลังการทำพิธีสาบานตน นายวอร์ชจะเริ่มต้นทำหน้าที่ประธานเฟด โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และจะเป็นสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 14 ปี

นายวอร์ชเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดระหว่างปี 2549-2554 โดยสร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาชิกคณะกรรมการที่มีอายุน้อยที่สุดด้วยวัยเพียง 35 ปี ขณะได้รับการแต่งตั้งในรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช

ทั้งนี้ นายวอร์ช ซึ่งปัจจุบันอายุ 56 ปี จะเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดต่อจากนายเจอโรม พาวเวล ซึ่งได้สิ้นสุดวาระเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่านายวอร์ชจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ


🔴*จับตาเฟดภายใต้การกุมบังเหียนของ "เควิน วอร์ช"

ปธน.ทรัมป์เป็นผู้ที่เสนอชื่อนายวอร์ชให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด โดยเขาคาดหวังว่า เฟดในยุคหลังนายพาวเวลจะกลับมาลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง เหมือนที่เคยทำมาแล้ว 3 ครั้งในปี 2568

อย่างไรก็ดี ตลาดคาดว่า ระดับเงินเฟ้อที่ยังคงพุ่งสูง และตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพ จะทำให้เฟดยังไม่เร่งผ่อนคลายนโยบายการเงิน จนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนว่า เงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค.

ก่อนหน้านี้ นายวอร์ชเคยเป็นที่รู้จักในฐานะ "สายเหยี่ยว" หรือผู้สนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวด แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขาเริ่มมีท่าทีสอดคล้องกับมุมมองของปธน.ทรัมป์ โดยสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกล่าวกับ Fox News ว่า ปธน.ทรัมป์มีเหตุผลที่น่ารับฟัง กรณีแสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินนโยบายของนายพาวเวล

ในบทความที่เขาเขียนใน Wall Street Journal เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา นายวอร์ชได้วิพากษ์วิจารณ์เฟด โดยระบุว่า 'ผลงานของเฟดภายใต้ประธานเจอโรม พาวเวล เต็มไปด้วยการตัดสินใจที่ไม่รอบคอบ' พร้อมเรียกร้องให้เฟดทำการปฏิรูปองค์กร และลดขนาดงบดุล

นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า นายวอร์ชอาจต้องเผชิญช่วงเริ่มต้นการดำรงตำแหน่งประธานเฟดที่ยากลำบาก โดยมีการจับตากันว่าเขาจะสามารถกำหนดนโยบายการเงินที่แตกต่างจากความต้องการของปธน.ทรัมป์ได้หรือไม่ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.

อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า เขาจะปล่อยให้นายวอร์ชมีอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาได้กดดันเฟดอย่างหนักภายใต้การบริหารของนายเจอโรม พาวเวล เพื่อให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ ในการให้สัมภาษณ์นิตยสาร Washington Examiner ต่อคำถามที่ว่า นายวอร์ชจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ แม้ว่าตลาดการเงินกำลังมองว่าเฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า 'ผมจะปล่อยให้เขาทำในสิ่งที่เขาต้องการ เขาเป็นคนที่มีความสามารถมาก เขาจะทำได้ดี และจะทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม'


🔴*นักวิเคราะห์หวั่น "ทรัมป์" กดดัน "เควิน วอร์ช" ช่วงใกล้เลือกตั้งกลางเทอม

นายดีเร็ก แทง นักเศรษฐศาสตร์จาก Monetary Policy Analytics กล่าวว่า 'ดูเหมือนว่าทรัมป์จะเข้าใจวิธีการทำงานของ FOMC และทรัมป์อาจไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการ อย่างน้อยก็ในช่วงเริ่มต้น'

'ดูเหมือนทำเนียบขาวกำลังเตรียมทางถอยไว้ล่วงหน้า เพราะเราไม่น่าจะได้เห็นการลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน และสิ่งนี้จะช่วยให้นายวอร์ชมีพื้นที่ในการตั้งหลักในช่วงไม่กี่เดือนแรกของการดำรงตำแหน่ง'

อย่างไรก็ดี นายแทงเตือนว่า ความอดทนของทำเนียบขาวที่มีต่อนายวอร์ช อาจหมดลงเมื่อใกล้ถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. โดยความรู้สึกของประชาชนต่อเศรษฐกิจจำเป็นต้องปรับตัวดีขึ้นภายในเดือนก.ย. หากพรรครีพับลิกันต้องการรักษาชัยชนะเหมือนกับการเลือกตั้งในปี 2567


🔴*"เควิน วอร์ช" ขึ้นแท่นประธานเฟดรวยสุด ทรัพย์สินอู้ฟู่กว่า 6 พันล้านบาท

เมื่อเข้ารับตำแหน่ง นายวอร์ชจะกลายเป็นประธานเฟดคนที่ 11 ในยุคปัจจุบัน รวมทั้งเป็นประธานเฟดที่มีทรัพย์สินมากที่สุด เมื่อเทียบกับประธานเฟดในอดีต

ในการยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินของนายวอร์ชต่อสำนักงานจริยธรรมของรัฐบาลสหรัฐก่อนเข้ารับตำแหน่ง พบว่า นายวอร์ชถือครองการลงทุนและทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่าราว 131-209 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4,300-6,800 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าทรัพย์สินที่นายเจอโรม พาวเวล เปิดเผยเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีมูลค่าราว 75 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,400 ล้านบาท

การที่นายวอร์ชมีทรัพย์สินจำนวนมหาศาลดังกล่าว ทำให้เขาจะต้องเทขายหุ้นจำนวนมากในพอร์ตเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบที่เข้มงวดของเฟดในเรื่องของการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน โดยนายวอร์ชต้องขายหุ้นที่เขาถือครองในบริษัท SpaceX, บริษัทด้านคริปโทเคอร์เรนซีและบล็อกเชน, บริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยี รวมทั้งบริษัทด้านการเงินและกองทุนเพื่อการลงทุน

นอกจากนี้ มีรายงานว่า นายวอร์ชต้องทำการขายหุ้นจำนวนหลายแสนหุ้นที่เขาถือครองในบริษัท Coupang ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของเกาหลีใต้ และลาออกจากตำแหน่งกรรมการในบริษัทดังกล่าว

ทั้งนี้ นายวอร์ชต้องลาออกจากตำแหน่งกรรมการและที่ปรึกษาขององค์กรหรือสถาบันเอกชนที่ขัดต่อกฎระเบียบของเฟด โดยก่อนหน้านี้นายวอร์ชมีตำแหน่งใน Hoover Institution และ Stanford Graduate School of Business

ความร่ำรวยของนายวอร์ชจะเพิ่มมากขึ้น หากรวมถึงทรัพย์สินของนางเจน ลอเดอร์ ภรรยาของเขา ซึ่งเป็นทายาทตระกูล "เอสเต ลอเดอร์" (Estee Lauder) เจ้าของอาณาจักรเครื่องสำอางชื่อดัง โดยนางเจน ลอเดอร์ มีมูลค่าทรัพย์สินราว 1.9 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 62,000 ล้านบาท